posttoday
เอ็กซิมแบงก์ ขอเป็นที่พึ่งเอสเอ็มอีส่งออก

เอ็กซิมแบงก์ ขอเป็นที่พึ่งเอสเอ็มอีส่งออก

04 กรกฎาคม 2559

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

หลังจากขาดกรรมการผู้จัดการใหญ่มานานหลายเดือน วันนี้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือเอ็กซิมแบงก์ คณะรัฐมนตรีก็แต่งตั้งให้ พิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา เป็นกรรมการผู้จัดการเอ็กซิมแบงก์คนใหม่ ซึ่งได้เริ่มปฏิบัติงานมาตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2559

พิศิษฐ์ กล่าวถึงวิสัยทัศน์การทำงานของเอ็กซิมแบงก์หลังจากนี้ว่า จากนี้ไปเอ็กซิมแบงก์ต้องกล้าเปลี่ยนที่จะยอมรับความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งนโยบายที่สำคัญจากนี้มี 3 เรื่องคือ ธนาคารต้องกล้ายอมรับความเสี่ยง หมายถึงการออกผลิตภัณฑ์ที่จะมาช่วยผู้ประกอบการเรื่องสินเชื่อและการรับค้ำประกัน ซึ่งต่อไปเอ็กซิมแบงก์จะเน้นเรื่องการค้ำประกันในประเทศที่มีความเสี่ยง สอดรับกับตามยุทธศาสตร์ของประเทศ ที่มีหน่วยงานของรัฐเป็นผู้กำหนดเป้าหมายในการส่งเสริมการส่งออกไปยังประเทศใหม่ๆ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ หรือสำนักงานส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ กำหนด เช่น ในประเทศ แอฟริกาและอเมริกาใต้

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ส่งออกในการออกไปค้าขายกับประเทศต่างๆ เหล่านี้ และจะขอรัฐบาลให้สนับสนุนการทำงานของธนาคารในรูปของ Thailand Team ที่จะพาเอ็กซิมแบงก์ออกไปร่วมโรดโชว์กับหน่วยงานรัฐ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงอุตสาหกรรม โดยให้หน่วยงานเหล่านี้ไปหาลูกค้า และธนาคารจะ
ทำหน้าที่สนับสนุนสินเชื่อให้ผู้ประกอบการ

“เอ็กซิมแบงก์จะไปปล่อยกู้ในประเทศที่เสี่ยงมากขึ้น เพราะเราไม่ต้องการไปในประเทศที่มีธนาคารพาณิชย์ทำได้ดีอยู่แล้ว อย่างกลุ่มซีแอลเอ็มวี แต่ที่ต้องมีไว้บ้างเพื่อรองรับความต้องการลูกค้า แต่ที่สำคัญคือเราต้องไปประเทศที่เสี่ยง เพื่อให้จากนี้ไปใครคิดจะขอสินเชื่อเพื่อการส่งออกต้องนึกถึงเอ็กซิมแบงก์ และกลับมาเป็นที่พึ่งของผู้ส่งออกเหมือนสมัยอดีตที่เคยทำมา และในส่วนของประเทศเหล่านี้จากการศึกษาพบว่าลูกค้ามีความต้องการทั้งสินเชื่อและการประกันการส่งออกมาก”

สำหรับเรื่องที่สอง มีนโยบายจะเพิ่มจำนวนลูกค้าโดยเฉพาะการสนับสนุนสินเชื่อให้ผู้ประกอบการรายกลางและเล็กให้มากขึ้น ซึ่งตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนรายได้ให้ได้เป็น 10% ของผู้ส่งออกทั้งหมดที่มีอยู่กว่า 3.7 หมื่นราย ให้ได้ภายใน 4 ปี จากปัจจุบันมีส่วนแบ่งผู้ส่งออกอยู่ที่ 5% ขณะที่วงเงินที่ปล่อยกู้ต่อรายอาจไม่สูงนัก เพราะจะเน้นการปล่อยกู้ผู้ส่งออกที่เป็นเอสเอ็มอี แต่ก็ตั้งเป้าขยายตัวเพิ่มขึ้นปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 10% โดยปัจจุบันยอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 7.4 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้าว่าจะเร่งขยายสินเชื่อให้มียอดคงค้างแตะที่ระดับ 2 แสนล้านบาท ได้ภายใน 4 ปี

ส่วนนโยบายที่สาม คือ การสร้างพันธมิตร เพื่อเป็นช่องทางในการขยายการทำธุรกิจ เนื่องจากสาขาที่มีอยู่เพียง 9 แห่ง ทำให้การให้บริการไม่ทั่วถึง จึงมีแนวคิดให้หน่วยงานราชการของ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอีแบงก์ ทำหน้าที่เป็นเอาต์เลตในการทำประกันการส่งออกให้ลูกค้า และจะประสานความร่วมมือนี้ไปยังธนาคารพาณิชย์ ซึ่งเชื่อว่าธนาคารพาณิชย์จะสนใจให้ลูกค้าที่กู้เงินกับธนาคารพาณิชย์ทำประกันการส่งออกกับเอ็กซิมแบงก์ เพราะจะช่วยการันตีเรื่องการชำระเงินคืนด้วย

พิศิษฐ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันธนาคารมีบุคลากรเพียง 600 คน จาก 9 สาขา ถือว่าเป็นแบงก์ขนาดเล็ก แต่เรื่องประสิทธิภาพของคนถือว่าสูง เพราะคนเหล่านี้เก่งและมีความสามารถ ต้นทุนทางการเงินของเอ็กซิมแบงก์ ถ้าเป็นการกู้เงินระหว่างประเทศถือว่าถูกกว่าธนาคารพาณิชย์ แต่ถ้าเป็นการระดมเงินในประเทศถือว่าสูงกว่าคนอื่น แต่ค่าเฉลี่ยต้นทุนที่ระดมมาของเอ็กซิมแบงก์ ถือว่าต่ำที่สุดในระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เพราะมีต้นทุนอยู่ที่ 1% กว่า และเมื่อหักลบดอกเบี้ยเงินกู้กับค่าบริหารจัดการถือว่ามีส่วนต่างกว่า 3% ถือว่ามีส่วนต่างที่ค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับแบงก์รัฐแห่งอื่น แต่จากนี้ไปธนาคารจะดำเนินนโยบายไม่เร่งเรื่องการทำกำไร แต่จะเน้นเรื่องการให้ความช่วยเหลือลูกค้า เพิ่มจำนวนลูกค้าที่เป็นเอสเอ็มอีมากขึ้น

ทั้งนี้ ธนาคารอยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องการทำยุทธศาสตร์ใหม่ ซึ่งเอ็กซิมแบงก์ต้องเปลี่ยนบทบาทตัวเองให้สามารถรองรับกับยุทธศาสตร์ประเทศได้มากขึ้น โดยจะมีการศึกษาเรื่องแนวทางการทำงานขององค์กรระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารเพื่อความร่วมมือแห่งญี่ปุ่น หรือเจบิค และเจแปนเอ็กซิม นำมาศึกษาควบคู่ไปกับยุทธศาสตร์ของประเทศตามที่สภาพัฒน์ร่างไว้ เพื่อนำไปสู่การปรับบทบาทของเอ็กซิมแบงก์ให้ก้าวสู่ยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน