posttoday
สินเชื่อแบงก์ยังหดตามศก.

สินเชื่อแบงก์ยังหดตามศก.

30 มิถุนายน 2559

ธนาคารพาณิชย์กลัวเสี่ยงยังเข้มปล่อยสินเชื่อ หลังเอ็นพีแอลยังส่อเพิ่มไม่หยุด ปรับคาดการณ์ปีนี้โตแค่ 4%

ธนาคารพาณิชย์กลัวเสี่ยงยังเข้มปล่อยสินเชื่อ หลังเอ็นพีแอลยังส่อเพิ่มไม่หยุด ปรับคาดการณ์ปีนี้โตแค่ 4%

น.ส.ธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพลผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ได้ปรับคาดการณ์อัตราการขยายตัวสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบในปีนี้ จากเดิมคาดว่าสินเชื่อรวมจะเติบโต 5% ลดลงเหลือ 4% ซึ่งอยู่ในกรอบล่างของประมาณการ 4-6% โดย 4 เดือนแรกสินเชื่อรวมเติบโต 2.9% แต่จะค่อยๆ เร่งขึ้นในครึ่งปีหลัง

ทั้งนี้ ประเภทสินเชื่อที่เติบโตชะลอลงยังคงเป็นสินเชื่อรายย่อย ได้แก่ สินเชื่อบ้าน ที่หมดแรงส่งจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลไปเมื่อสิ้นเดือน เม.ย. ทำให้ช่วงที่เหลือของปีสินเชื่อบ้านจะเติบโตไม่มาก รวมทั้งยังมีการเข้มงวดของสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลอย่างต่อเนื่อง

สำหรับปีนี้ คาดว่าสินเชื่อบ้านจะเติบโต 7-9% ชะลอจาก 9.3% เมื่อปีก่อน ส่วนสินเชื่อเช่าซื้อเริ่มฟื้นตัวกลับมาเติบโต 1.7-2.5% จากปีที่แล้วเติบโตเพียง 1.02% สินเชื่อบัตรเครดิตคาดว่าเติบโต 6-8% ใกล้เคียง 7.4% เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่สินเชื่อบุคคลคาดว่าติดลบ 3-6% หดตัวต่อเนื่องจากปีที่แล้วที่ติดลบ 1.7%

อย่างไรก็ดี สินเชื่อที่เป็นความหวังผลักดันการเติบโตคือสินเชื่อธุรกิจ ซึ่งมีแรงผลักดันจากมาตรการซอฟต์โลนจากทางภาครัฐ ซึ่งหากดอกเบี้ยอยู่ในอัตราต่ำน่าจะจูงใจช่วยกระตุ้นสินเชื่อเอสเอ็มอีให้ขยายตัวได้มากขึ้น แต่จะขยายตัวได้มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับการคัดกรองลูกค้าเข้าพอร์ตของธนาคารด้วย

น.ส.ธัญญลักษณ์ กล่าวว่า หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ยังมีทิศทางขาขึ้น หลังไตรมาสแรกเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นเป็น 2.64% ของสินเชื่อรวมจาก 2.5% เมื่อสิ้นปี 2558 โดยปีนี้มีโอกาสปรับขึ้นอยู่ที่ 3% โดยมาจากกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีประเภทค้าปลีกค้าส่งที่ได้รับผลกระทบจากการใช้จ่ายในประเทศชะลอตัว

“ความเสี่ยงเอ็นพีแอลปีนี้เพิ่มขึ้นจากลูกค้าเอสเอ็มอี แต่ลูกค้ารายย่อยกลุ่มเสี่ยงเดิมก็ยังต้องจับตาอยู่ ทั้งบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล ส่วนรายย่อยในกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อเรามีมุมมองบวกมากขึ้น เอ็นพีแอลกลุ่มนี้ดีขึ้น แต่ก็ต้องระวังคุณภาพหนี้ใหม่ด้วย” น.ส.ธัญญลักษณ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการทำกำไรของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบปีนี้ยังมีแรงกดดันจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญอยู่ แม้ว่าธนาคารต่างกันสำรองอย่างเข้มข้นต่อเนื่องมาหลายปี จนทำให้อัตราสำรองต่อหนี้เสียสูงถึง 160% แต่ความเสี่ยงยังมี อาจทำให้ธนาคารต้องยอมเฉือนกำไรมาคุมความเสี่ยงต่อเนื่องอีกปีหนึ่ง ส่วนผลกระทบรายได้ค่าธรรมเนียมจากนโยบายเนชั่นแนลอี-เพย์เมนต์นั้น ขณะนี้ยังประเมินไม่ได้ว่าจะมีผลเพียงใด เพราะต้องติดตามว่าประชาชนจะหันมาใช้ระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์มากน้อยเพียงใด หากประชาชนใช้มากจะช่วยธนาคารลดต้นทุนบริหารเงินสดได้ชดเชยกับรายได้ที่หายไป แต่ถ้าไม่แพร่หลายธนาคารก็จะไม่คืนทุนจากการลงทุนระบบไปแล้ว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน