
อินโดฯเล็งตั้งศูนย์การเงิน หวังเพิ่มรายได้จากภาษี
อินโดนีเซียเตรียมตั้งศูนย์การเงินในประเทศ หวังดึงเงินจากนิติบุคคลเพิ่ม หลังสิ้นสุดนิรโทษกรรมภาษี
อินโดนีเซียเตรียมตั้งศูนย์การเงินในประเทศ หวังดึงเงินจากนิติบุคคลเพิ่ม หลังสิ้นสุดนิรโทษกรรมภาษี
บัมบัง บรอดโยเนโกโร รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของอินโดนีเซีย กำลังพิจารณาตั้งเขตศูนย์การเงินพิเศษ เพื่อให้บริษัทอินโดนีเซียที่ลงทุนในต่างประเทศ สามารถจัดตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจ (เอสพีวี) ภายในประเทศเพื่อให้เสียภาษีน้อยลง โดยไม่จำเป็นต้องไปตั้งบริษัทในประเทศที่เป็นแหล่งหลบเลี่ยงภาษี หลังโครงการนิรโทษกรรมภาษีของรัฐบาลอินโดนีเซียสิ้นสุดลง
บรอดโยเนโกโร กล่าวว่า รัฐบาลต้องการให้บริษัทอินโดนีเซียที่ทำธุรกิจในต่างประเทศ ตั้งสำนักงานใหญ่ที่อินโดนีเซีย ไม่ใช่ที่แหล่งหลบเลี่ยงภาษีอย่างประเทศปานามา หรือมอริเชียส
ด้านสำนักงานสรรพากรอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า พลเมืองอินโดนีเซียตั้งเอสพีวีอย่างน้อย 2,000 แห่ง และเปิดบัญชีธนาคาร 6,000 บัญชีในหลายประเทศที่เป็นแหล่งหลบภาษี
รัฐบาลได้ยื่นเสนอแผนการนิรโทษกรรมภาษีต่อรัฐสภา โดยจะมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่เดือน ก.ค. จนถึงสิ้นปี 2016 และคาดว่าการดำเนินการดังกล่าวจะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้อินโดนีเซีย 165 ล้านล้าน
รูเปียห์ (ราว 4.38 แสนล้านบาท)
อินโดนีเซียพยายามขยายฐานการจัดเก็บภาษีของประเทศ โดยรัฐบาลจะให้ผู้เสียภาษีชำระภาษีในอัตราที่ต่ำ หากสำแดงสินทรัพย์ซึ่งยังไม่ได้ชำระภาษีภายในประเทศและต่างประเทศ
ปัจจุบันมีประชากรอินโดนีเซียเพียง 27 ล้านคนเท่านั้น จาก 250 ล้านคน ที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้เสียภาษีอากร ขณะที่ประชาชนที่ยื่นเสียภาษีมีจำนวนแค่ราว 1 ล้านคน
ทั้งนี้ อินโดนีเซียกำลังปฏิรูประบบภาษีครั้งใหญ่ โดยประกาศใช้มาตรการต่างๆ เพื่อให้ประชาชนจ่ายภาษีมากยิ่งขึ้น เพิ่มอำนาจให้หน่วยงานจัดเก็บภาษี รวมถึงเสนอใช้แผนการนิรโทษกรรมภาษี







