posttoday
ชี้ช่องสองตลาดดาวรุ่ง

ชี้ช่องสองตลาดดาวรุ่ง

21 มิถุนายน 2559

เอกชนชี้ 2 ตลาดดาวรุ่ง “เวียดนาม-เมียนมา” เนื้อหอมสุดในอาเซียน แนะเอสเอ็มอีไทยเตรียมพร้อมหาช่องเจาะตลาด

เอกชนชี้ 2 ตลาดดาวรุ่ง “เวียดนาม-เมียนมา” เนื้อหอมสุดในอาเซียน แนะเอสเอ็มอีไทยเตรียมพร้อมหาช่องเจาะตลาด

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาธุรกิจไทย-เวียดนาม และประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ เปิดเผยว่า หลังเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) ที่น่าสนใจและมีโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยมากที่สุดในขณะนี้ คือ เวียดนามและเมียนมา โดยเวียดนามมีจุดเด่นด้านความพร้อม ส่วนเมียนมาเหมาะในด้านการลงทุนเพราะเป็นตลาดใหม่ที่ยังมีโอกาสอีกมาก

นอกจากนี้ ยังรวมถึงผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ของไทยด้วย จากโอกาสการขยายตลาดออกไปต่างประเทศ โดยเริ่มจากตลาดเพื่อนบ้านซีแอลเอ็มวีก่อน แต่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะต้องเตรียมความพร้อมในทุกด้านทั้งเงินทุนและบุคลากร โดยช่วงแรกผู้ประกอบการจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับกับภาวะขาดทุนก่อน คาดใช้ระยะเวลา 2-3 ปีถึงจะเริ่มคืนทุน นอกจากนี้ยังต้องเลือกบุคลากรให้ถูกด้วย

“ที่สำคัญสุด คือ เรื่องคน การที่เอสเอ็มอีจะออกไปลงทุนเจ้าของต้องมีพี่น้องไปก่อนหรือไปแล้วก็ต้องคิดระบบเถ้าแก่ อย่าไปคิดแบบผู้ประกอบการรายใหญ่ เพราะสายป่านของเอสเอ็มอีไม่พอรองรับการขาดทุนถึง 5-10 ปีได้” นายสนั่น กล่่าว

ขณะที่ความท้าทายหลักของการออกไปลงทุนต่างประเทศ คือ การสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและเกิดความรักในองค์กร แม้จะมีความแตกต่างทางวัฒนธรรม ซึ่งผู้ประกอบการไทยต้องให้ความสำคัญกับการส่งคนไปอยู่ในต่างประเทศ ต้องได้รับการฝึกอบรมและมีสิ่งตอบแทนการทำงานของพนักงานที่ออกไปแบบเป็นแพ็กเกจ สร้างให้เห็นโอกาสความก้าวหน้าในสายงาน เป็นต้น รวมถึงประเด็นสำคัญ คือ ความกังวลของคนท้องถิ่นโดยเฉพาะในเวลานี้ สื่อเวียดนามกำลังโจมตีไทยตลอดช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา หลังจากบริษัทไทยอย่างกลุ่มเซ็นทรัลและบีเจซีเข้าไปซื้อกิจการท้องถิ่นเวียดนาม ซึ่งประเด็นเหล่านี้ภาครัฐกำลังหารือแนวทางแก้ไขอยู่ เพราะหากแก้ไม่ถูกอาจลุกลามได้

สำหรับการลงทุนของบริษัท ศรีไทยฯ ในซีแอลเอ็มวีนั้น ในช่วงต้นปี 2560 บริษัทมีแผนสร้างโรงงานในกรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา โดยขณะนี้มีสำนักงานอยู่แล้ว ส่วนลาวและกัมพูชายังถือเป็นตลาดเล็กจึงมีเพียงสำนักงาน ไม่จำเป็นต้องมีโรงงาน นอกจากนี้บริษัทยังมีโรงงานในสุราบายา อินโดนีเซีย และกำลังจะตั้งโรงงานแห่งใหม่ที่กรุงจาการ์ตา  โดยมองว่าเวียดนามยังมีศักยภาพในการเติบโตได้อีกมาก ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีโรงงานในเมืองโฮจิมินห์และฮานอยและกำลังจะมีโรงงานแห่งที่ 4 คาดว่าในอนาคตจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าไทย

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี