ทีวีดิจิทัลวิกฤต นักวิชาการ-เอกชนเชื่ออยู่ไม่ถึง15ปี
ทีวีดิจิทัลไม่มีอนาคตเชื่ออยู่ไม่ถึง 15 ปี จี้รัฐบาลปลดล็อก “วิษณุ” เตรียมรายงานนายกฯ
ทีวีดิจิทัลไม่มีอนาคตเชื่ออยู่ไม่ถึง 15 ปี จี้รัฐบาลปลดล็อก “วิษณุ” เตรียมรายงานนายกฯ
นายสมเกียรติ อ่อนวิมล สื่อมวลชนอาวุโส เปิดเผยว่า 3 ปีของทีวีดิจิทัลในประเทศไทย มองไม่เห็นอนาคต เพราะรายได้ที่เกิดขึ้นไม่เพียงพอที่จะนำไปจ่ายค่าสัมปทาน ด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง พฤติกรรมการบริโภคข้อมูลข่าวสารทางมือถือ ยิ่งมีระบบ 4จี ทำให้การรับชมรายการโทรทัศน์ไม่อยู่ที่หน้าจอแบบเดิมอีกต่อไป
“ดังนั้นพวกที่ประกอบการมา 3 ปี ควรหาทางเลิก เพราะจะขาดทุนยาวไปถึง 15 ปี ยกเว้นแต่จะไปอยู่ในระบบอื่นที่ไม่ใช่สัมปทานของ กสทช. อยากให้ กสทช.หันมาดูความจริง ปรับแก้กฎหมาย ไม่งั้นอาจเกิดวิกฤตอีกรอบ” นายสมเกียรติ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) วันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา รายงานตัวเลขผลประกอบการของทีวีดิจิทัล ตามงบการเงินปี 2558 พบว่ามีรายได้จากการประกอบกิจการทีวีดิจิทัลอยู่ที่ 11,343,041,428 บาท สามารถจัดเก็บค่าธรรมเนียมได้ จำนวน 226,310,829 บาท
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานบอร์ด กสท. กล่าวว่า จากรายงานดังกล่าวมีข้อมูลที่น่าสนใจ คือ มีช่องดิจิทัลบางรายมีผลประกอบกิจการที่ค่อนข้างดี มี 3 ช่องที่มีรายได้จากการประกอบกิจการมากกว่า 1,500 ล้านบาท เป็นผู้ประกอบการรายเดิม 2 ช่อง รายใหม่ 1 ช่อง (ช่อง 23)
“แม้จะเป็นผลประกอบกิจการในปีแรกของกระบวนการเปลี่ยนผ่าน แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าอย่างรวดเร็วในการดำเนินการของช่องดิจิทัล การขยายตัวของผู้ชม ซึ่งในปี 2559 จะมีข้อมูลที่น่าสนใจและชัดเจนมากขึ้น” พ.อ.นที ระบุ
นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์พีพีทีวี เอชดี กล่าวว่า ตัวเลขของทีวีดิจิทัลไม่สะท้อนภาพที่แท้จริงของอุตสาหกรรม แม้จำนวนผู้ชมจะเพิ่มขึ้น แต่เม็ดเงินโฆษณาติดลบ และรายได้ยังกระจุกตัวอยู่ที่ผู้ประกอบการช่องเดิม ยังไม่สามารถเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมหารือเรื่องทีวีดิจิทัลว่า เป็นการหารือกับภาคเอกชนที่ประกอบธุรกิจทีวีดิจิทัล 15 ราย ซึ่งประสบปัญหาในการประกอบการ เนื่องจากภาครัฐไม่ดำเนินการตามสัญญา ทำให้เกิดปัญหาติดขัดไม่คุ้มทุน
“เบื้องต้นภาคเอกชนได้ขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ ซึ่งภาครัฐจะต้องพิจารณาว่าหากมีการช่วยเหลือจะต้องเป็นที่ยอมรับต่อสังคม และไม่ถูกมองว่าเป็นการเอื้อเอกชนมากเกินไป” นายวิษณุ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ต้องรายงานให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับทราบ และหลังจากนี้จะต้องมีการพูดคุยกันอีกครั้ง พร้อมยืนยันว่ายังไม่มีความจำเป็นในการใช้อำนาจตามมาตรา 44ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว


