
ผุดแผนป้อนไฟฟ้าคลัสเตอร์
อุตฯ จับมือ กฟภ.ทำแผนพัฒนาไฟฟ้าเชิงรุก ป้อน 3 คลัสเตอร์อุตสาหกรรมในพื้นที่ 7 จังหวัดเป้าหมาย
อุตฯ จับมือ กฟภ.ทำแผนพัฒนาไฟฟ้าเชิงรุก ป้อน 3 คลัสเตอร์อุตสาหกรรมในพื้นที่ 7 จังหวัดเป้าหมาย
นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการคลัสเตอร์เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์โทรคมนาคม เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการคลัสเตอร์เครื่องใช้ไฟฟ้าฯ ซึ่งประกอบด้วย สศอ. กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้ร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จัดทำแผนพัฒนาระบบไฟฟ้าเชิงรุก เพื่อรองรับการขยายตัวการลงทุนของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์โทรคมนาคม เพื่อสร้างจุดแข็งให้กับประเทศไทยในการดึงการลงทุนจากต่างประเทศ
“การที่ไฟฟ้าตกหรือกะพริบเพียงเล็กน้อย อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิต โดยเฉพาะสินค้าที่อยู่ในขั้นตอนการผลิตอาจได้รับความเสียหายทั้งหมด และต้องเริ่มผลิตสินค้าใหม่ทั้งล็อต ขณะที่การเปิดเครื่องจักรใหม่อีกครั้งจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2-3 ชั่วโมง ซึ่งกระทบต่อต้นทุนการผลิต การจัดทำแผนพัฒนาระบบไฟฟ้าจึงมีความจำเป็น” นายศิริรุจ กล่าว
นายศิริรุจ กล่าวว่า สศอ.กำหนดรายชื่อโรงงานขนาดใหญ่ 100 แห่ง ในพื้นที่เป้าหมาย 7 จังหวัด คือ จ.พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และนครราชสีมา โดยจะเริ่มเข้าไปสำรวจข้อมูลระบบไฟฟ้าในช่วงเดือน มิ.ย.เพื่อเป็นข้อมูลให้ กฟภ.นำไปใช้จัดทำแผนพัฒนาระบบไฟฟ้าให้เสร็จในเดือน ก.ค.
ด้าน นางปรียนาถ สุนทรวาทะ นายกสมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน กล่าวว่า สมาคมเตรียมนัดหารือโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก ประเภทโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมในนิคมอุตสาหกรรม (เอสพีพี) 25 ราย ที่จะสิ้นสุดสัญญาในปี 2560-2568 เพื่อสอบถามถึงแผนการดำเนินงานในอนาคตว่าจะมีรายใดลงทุนต่อไปหรือไม่ หลังคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา มีมติแก้ปัญหาเอส
พีพีที่สัญญาขายไฟฟ้าสิ้นสุดลง คือ 1.กลุ่มที่จะหมดอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในปี 2560-2561 จะให้ต่อสัญญา 3 ปี ปริมาณรับซื้อไม่เกิน 60 เมกะวัตต์ และไม่เกินกว่าปริมาณขายไฟฟ้าตามสัญญาเดิม ราคารับซื้อไฟฟ้าอยู่ที่ 2.3753 บาท/หน่วย
นอกจากนี้ กลุ่มที่ 2 จะหมดอายุสัญญาภายในปี 2562-2568 มติ กพช.ให้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่และมีอายุสัญญา25 ปี ปริมาณรับซื้อไม่เกิน 30 เมกะวัตต์ และไม่เกิน 30% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าสุทธิรวมไอน้ำ และต้องไม่เกินกว่าปริมาณขายไฟฟ้าตามสัญญาเดิม ราคารับซื้อไฟฟ้าอยู่ที่ 2.8186 บาท/หน่วย







