ถกสอท.-หอการค้าปมภาษีน้ำหวาน
สรรพสามิตรอถกสภาอุตฯหอการค้า เคาะภาษีน้ำหวาน ชี้เศรษฐกิจฟื้น ทำให้เก็บภาษีล้นเป้า
สรรพสามิตรอถกสภาอุตฯหอการค้า เคาะภาษีน้ำหวาน ชี้เศรษฐกิจฟื้น ทำให้เก็บภาษีล้นเป้า
นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยความคืบหน้าการพิจารณาจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลสูง ว่า ยังอยู่ระหว่างการศึกษาให้รอบด้านว่ามีผลกระทบกับสุขภาพ อย่างไร โดยจะมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวมทั้งจะหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และหอการค้าไทย ถึงผลดีผลเสียที่เกิดขึ้น เพื่อจะเสนอให้ฝ่ายนโยบายเป็นผู้ตัดสินใจดำเนินการต่อ โดยนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้ศึกษาให้เสร็จภายใน 1 เดือน
ทั้งนี้ กรมสรรพสามิตเก็บภาษีจากสินค้าหลายกลุ่ม และมีการศึกษาเก็บภาษีใหม่เพิ่มเติมเพื่อให้ฝ่ายนโยบายตัดสินใจ นอกจากการศึกษาเก็บภาษีน้ำหวาน ยังศึกษาการเก็บภาษีที่กระทบสิ่งแวดล้อม และสินค้าฟุ่มเฟือย เป็นต้น
นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัว ต่อเนื่องส่งผลให้การจัดเก็บภาษีของ กรมสรรพสามิตได้เกินเป้า ล่าสุดการเก็บภาษี 8 เดือนแรกของปี 2559 (ต.ค. 2558-พ.ค. 2559) กรมสามารถเก็บภาษีได้ 3.49 แสนล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกัน ปีที่ผ่านมา 5.43 หมื่นล้านบาท หรือ 18.41% และสูงกว่าเป้าหมาย 1.6 หมื่นล้านบาท หรือ 5.10%
สำหรับภาษีที่เพิ่มขึ้นเป็นการปรับ เพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มสินค้า โดยรายได้สูงสุด 5 อันดับแรก คือ 1.ภาษีน้ำมัน เก็บภาษีได้ 1.14 แสนล้านบาท 2.ภาษีรถยนต์ 7.6 หมื่นล้านบาท 3.ภาษี เบียร์ 6.21 หมื่นล้านบาท 4.ภาษีสุรา 4.48 หมื่นล้านบาท และ 5.ภาษียาสูบ 4.3 หมื่น ล้านบาท สะท้อนถึงทิศทางภาวะเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น ต่อเนื่อง และมั่นใจว่าอีก 4 เดือนที่เหลือของปีงบประมาณ กรมจะสามารถจัดเก็บรายได้เกินเป้าหมาย 2-2.5 หมื่นล้านบาท จากประมาณการ 4.96 แสนล้านบาท
"คาดว่าทั้งปีงบประมาณ 2559 การเก็บภาษีของกรมจะเกิน เป้าหมายที่ตั้งไว้ 2-2.5 หมื่นล้านบาท ตามภาวะเศรษฐกิจที่ดินทำให้มีการซื้อ ใช้จ่ายมากขึ้น ตัวอย่างเช่นยอดการ ขายรถยนต์ในปีนี้ยังขยายตัวได้ดี โดย
ผู้ประกอบการยังประเมินว่าจะมีการผลิตรถยนต์ทั้งหมด 2 ล้านคัน เป็นการส่งออก 1.2 ล้านคัน และขายภายในประเทศ 8 แสนคัน"
อธิบดีกรมสรรพสามิต ยังมั่นใจว่า การจัดเก็บรายได้ของกรมจะเป็นไปตามที่คลังตั้งเป้าไว้ คือภายใน 5 ปี ต้องจัดเก็บภาษีให้ได้ปีละ 8 แสนล้านบาท เนื่องจากรายได้จัดเก็บของกรมคิดเป็นสัดส่วน 3% ของจีดีพี หากจีดีพีขยายตัว 3% ต่อเนื่อง ภายใน 6-7 ปี รายได้จะเพิ่มขึ้นเป็นปีละ 8 แสนล้านบาท โดยไม่ต้องออกมาตรการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติม







