
หุ้น-ได้เสียภาษีที่ดิน
SIRI-LH เจอ 2 เด้ง ทั้งบ้านแพงเกิน 50 ล้านบาท มีที่ดินในพอร์ตเยอะ ขณะที่ LPN เจอบาทแรกหลังที่ส่วน PF ตุนที่มากสุด
SIRI-LH เจอ 2 เด้ง ทั้งบ้านแพงเกิน 50 ล้านบาท มีที่ดินในพอร์ตเยอะ ขณะที่ LPN เจอบาทแรกหลังที่ส่วน PF ตุนที่มากสุด
นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการเก็บภาษีสิ่งปลูกสร้างที่มีราคาเกินกว่า 50 ล้านบาท คาดว่าจะมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่เน้นขายบ้านที่มีราคาสูง เช่น บริษัท แสนสิริ (SIRI) บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) ส่วนการเก็บภาษีบ้านหลังที่ 2 จะกระทบต่อผู้ประกอบการที่สร้างและขายคอนโดมิเนียม บริษัท แอล.พี. เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) จะได้รับผลกระทบมากที่สุด นอกจากนั้นการจัดเก็บภาษีจะเป็นแรงกดดันให้เศรษฐีที่ดินอยากขายที่เพื่อลดค่าใช้จ่ายลง จะทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หาซื้อที่ดินได้ง่ายขึ้น
ขณะที่ บล.โกลเบล็ก คาดหุ้นที่อยู่อาศัยรับผลกระทบจากการเก็บภาษีเพียงระยะสั้น เบื้องต้นส่งผลลบด้านเชิงจิตวิทยาต่อหุ้นอสังหาฯ ที่มีสินค้ารองรับลูกค้าระดับบนระดับราคา 50 ล้านบาทขึ้นไป ได้แก่ บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC) บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น (PACE) บริษัท ไรมอน แลนด์ (RML) เป็นต้น
อย่างไรก็ดี จากการวิเคราะห์ถึงความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาของบ้านแพง ซึ่งถือเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยพบว่ามีความยืดหยุ่นสูง แม้สินค้ามีราคาแพงขึ้น เมื่อรวมภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่ม แต่ความต้องการไม่ได้ลดลงมาก ส่วนหุ้นที่มีสินค้าส่วนใหญ่รองรับลูกค้าระดับล่าง บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) และ LPN ได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย
“การจัดเก็บภาษีที่ดินว่างเปล่าที่ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์กระทบกับหุ้นอสังหาฯ ที่มีที่ดินรอการพัฒนาเป็นจำนวนมาก จากการสำรวจงบการเงินไตรมาสแรก สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2559 พบว่า บริษัทที่มีที่ดินรอการพัฒนาสูงสุด ได้แก่ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF) จำนวน 6,901 ล้านบาท อันดับ 2 ได้แก่ LH จำนวน 4,166 ล้านบาท อันดับ 3 ได้แก่ SIRI จำนวน 3,980 ล้านบาท อย่างไรก็ดี กฎหมายมีข้อยกเว้นในการจัดเก็บภาษีต่ำกว่าปกติ (เก็บ 0.05% จากปกติ 1-3%) ให้ระยะเวลาพัฒนา 3 ปี ฝ่ายวิจัยคาดว่าจะเห็นการปรับตัวในการเร่งพัฒนาโครงการเพื่อใช้ประโยชน์จากที่ดินมากขึ้น หรือขายออกเพื่อไม่ให้เป็นภาระกับบริษัท”
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยให้น้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มที่อยู่อาศัยเป็นปกติเท่าตลาด และประเมินว่านโยบายภาษีจะส่งผลลบเชิงจิตวิทยากับหุ้นในระยะสั้น แต่ในระยะยาวหุ้นหลายตัวซื้อขายที่พี/อีระดับต่ำ และยังให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลในระดับที่น่าสนใจ แนะนำลงทุนระยะยาวเพื่อรับเงินปันผล ได้แก่ LH คาดอัตราผลตอบแทนปันผล 6.3% SIRI ผลตอบแทน เงินปันผล 6.3% SC ให้ผลตอบแทนเงินปันผล 6%
ด้านราคาหุ้นกลุ่มบ้านและที่ดินปรับตัวขึ้นและลงคละกันไป เช่น LPN ปิด 13.60 บาท ลดลง 0.10 บาท ส่วน QH ปรับตัวขึ้น 0.12 บาท หรือ 4.62% ปิดที่ 2.72 บาท







