
หัวเว่ยลั่นบุกหนัก ดันคนไทยบริหาร
หัวเว่ยตั้งคนไทยนั่งแท่นผู้บริหารครั้งแรก หวังลุยตลาดไทยเต็มสูบ พร้อมดึงพันธมิตรร่วมพัฒนาสินค้า ตั้งเป้ากวาดแชร์ในไทย 15% ใน 3 ปี
หัวเว่ยตั้งคนไทยนั่งแท่นผู้บริหารครั้งแรก หวังลุยตลาดไทยเต็มสูบ พร้อมดึงพันธมิตรร่วมพัฒนาสินค้า ตั้งเป้ากวาดแชร์ในไทย 15% ใน 3 ปี
นายโทมัส หลิว ประธานบริหาร หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า ตลาดไทยเป็นตลาดที่บริษัทแม่ หัวเว่ย ประเทศจีนให้ความสำคัญอย่างมาก โดยให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และล่าสุดยังได้แต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงคนไทยเป็นคนแรก เพื่อบุกตลาดไทยอย่างจริงจัง พร้อมปรับทีมดูแลหลังการขายใหม่ให้บริการรวดเร็ว เพื่อสร้างความมั่นใจกับลูกค้า และนำสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าคนไทยเข้ามาทำตลาด เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่จะมีส่วนแบ่งตลาดในไทยเพิ่มจาก 2% เป็น 15% ภายใน 3 ปี ซึ่งจะมีส่วนแบ่งตลาดใกล้เคียงกับหัวเว่ยที่จีน
ขณะที่ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ หัวเว่ยจะหาพันธมิตรใหม่ๆ ที่มีจุดแข็งในด้านต่างๆ มาร่วมพัฒนาสินค้า เช่น สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด พี 9 และพี 9 พลัส ที่ร่วมกับไลก้า บริษัทผู้ผลิตกล้องถ่ายภาพระดับโลก พัฒนาตัวกล้องในสมาร์ทโฟนซีรี่ส์นี้ให้ภาพถ่ายใกล้เคียงกับการใช้กล้องจริงถ่าย ซึ่งตั้งแต่ประกาศว่าจะวางจำหน่ายพบว่าได้รับกระแสตอบรับดีมาก จึงตั้งเป้ายอดขายทั่วโลกของรุ่นพี 9 และพี 9 พลัสไว้ 10 ล้านเครื่องภายใน 1 ปี
นายทศพร นิษฐานนท์ รองผู้อำนวยการ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย ผู้บริหารคนไทยคนแรกของหัวเว่ย กล่าวว่า เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อไม่นานนี้ โดยทยอยปรับทีมการตลาดและทีมดูแลหลังการขาย เพิ่มคนให้เพียงพอกับแผนบุกหนัก พร้อมกับเร่งขยายช่องทางใหม่ๆ โดยคาดว่าจะนำสมาร์ทโฟนรุ่นพี 9 และพี 9 พลัส วางจำหน่ายในร้านกล้องเป็นครั้งแรกของกลุ่มสมาร์ทโฟน เพราะจุดแข็งเรื่องเลนส์ที่ร่วมพัฒนากับไลก้า รวมถึงจะเพิ่มช่องทางจำหน่ายทั้งในโมเดิร์นเทรด ศูนย์บริการของโอเปอเรเตอร์ ร้านค้าไอที ฯลฯ
“เรามีแผนจะเพิ่มศูนย์บริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ จากปัจจุบันมีอยู่ 24 แห่ง และจะเพิ่มอีก 18 แห่งภายในปีนี้ และมีจุดรับส่งซ่อมมือถือของหัวเว่ยอีก 148 จุด เพื่อให้การดูแลหลังการขายดีขึ้น”
สำหรับกลยุทธ์การทำตลาด จะจับมือกับพันธมิตรที่หลากหลายในการทำกิจกรรม เพื่อสร้างภาพลักษณ์แบรนด์หัวเว่ยให้เป็นสมาร์ทโฟนที่มีจุดเด่นทั้งเทคโนโลยี มีดีไซน์ และมีความเป็นพรีเมียม โดยปัจจุบันหัวเว่ยมีสมาร์ทโฟนตั้งแต่ราคา 2,000-3,000 บาท จนถึง 2 หมื่นบาทขึ้นไป ส่วนกลุ่มที่มากสุดคือกลุ่มกลางบนราคาประมาณ 1.5-2 หมื่นบาท ซึ่งนับจากนี้จะมีสินค้าที่มีระดับราคาหลากหลายมากขึ้น
ทั้งนี้ ได้เพิ่มงบทำตลาดให้กับรุ่นไฮไลต์กว่า 150 ล้านบาท ประเดิมนำรุ่นไฮไลต์รุ่นแรกของปีนี้อย่างพี 9 และพี 9 พลัส เข้ามาทำตลาดในไทยแล้ว โดยรุ่นพี 9 ราคา 16,990 บาท และรุ่นพี 9 พลัส ราคา 21,990 บาท มั่นใจว่าช่วยให้หัวเว่ยในไทยเติบโตจากปีที่แล้ว 50%







