posttoday
โลกดิจิทัลกับความเท่าเทียม

โลกดิจิทัลกับความเท่าเทียม

07 มิถุนายน 2559

โดย...บุญสน เจนชัยมหกุล รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส

โดย...บุญสน เจนชัยมหกุล รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส

เราเชื่อกันเสมอว่าในโลกดิจิทัลเราจะได้เห็นความเท่าเทียมกันในสังคม ไม่ว่าคนคนนั้นมีฐานะการเงินอย่างไร อาศัยอยู่ห่างไกลพื้นที่ความเจริญเพียงใด ขอเพียงสามารถเชื่อมโยงเข้าสู่โลกดิจิทัล ก็จะสามารถเข้าถึงข้อมูลและการบริการต่างๆ ที่เท่าเทียมกัน

แต่อย่างไรก็ตามก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันการเข้าถึงช่องทางบริการอิเล็กทรอนิกส์ขั้นพื้นฐานก็ยังมีช่องว่างอยู่ไม่น้อย

เมื่อไม่กี่วันก่อน ในขณะที่ผมเดินผ่านศูนย์บริการของบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายสื่อสารรายใหญ่ ซึ่งมีสาขาอยู่ในศูนย์การค้าแทบทุกที่ และไม่เคยว่างเว้นที่มีลูกค้ารอคิวจนล้นออกมาด้านนอก เพื่อนำเงินสดมาชำระค่าบริการ สิ่งที่แตกต่างไปในครั้งนี้คือ ผมเหลือบไปเห็นสามีภรรยาคู่หนึ่งพยายามรวบรวมเงินโดยการหยิบเอาทั้งธนบัตรและเหรียญให้เพียงพอต่อการชำระค่าบิลเรียกเก็บของอินเทอร์เน็ต โดยลูกๆ ที่วิ่งเล่นอยู่ข้างๆ คงไม่ได้ประสีประสาว่า อินเทอร์เน็ตที่ใช้อยู่ทุกวันนั้นเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นส่วนหนึ่งของภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน

ย้อนหลังไปกับภาพที่ไม่เคยเลือนหายไปจากความทรงจำ เมื่อครั้งที่พนักงานบริการเติมน้ำมันนำเอาใบกำกับภาษีมาส่งให้ พร้อมถามขึ้นมาว่า พี่ๆ อยู่ธนาคารช่วยหนูดูสมุดเงินฝากให้หน่อยได้ไหม เงินที่มีอยู่ไม่รู้หายไปไหนหมด ไม่ว่าใครหรือมีธุระเร่งรีบอย่างไร ก็คงไม่แล้งน้ำใจที่จะช่วยดูให้ และถึงแม้ว่าจะไม่ใช่สมุดเงินฝากของธนาคารที่ผมคุ้นเคยที่สุดก็ตาม เมื่อเปิดดูแผ่นที่แสดงรายการสุดท้าย สิ่งที่เห็นคือมีการยุบรวมรายการไปแล้วเป็นเครดิต และเดบิตอย่างละหนึ่งบรรทัด จึงบอกเขาได้เพียงว่าต้องไปติดต่อที่ธนาคารเจ้าของบัญชีเพื่อที่จะได้รับการแจกแจงรายละเอียดของรายการ และพนักงานจะสามารถอธิบายถึงที่มาของรายการต่างๆ ให้ทราบได้ แต่สิ่งที่สังเกตเห็นคือ วันที่ของรายการยุบรวมครั้งนี้และครั้งก่อนหน้ามิได้ห่างไกลกันมากนัก แสดงถึงการทำรายการค่อนข้างถี่มาก ผมได้คำตอบทันทีเมื่อเหลือบไปเห็นเอทีเอ็มของต่างธนาคารตั้งอยู่โดดเด่นหน้าร้านสะดวกซื้อในสถานีบริการน้ำมัน ทำให้คาดเดาได้ว่าพนักงานคนนี้ต้องเปิดบัญชีกับธนาคารตามที่เจ้าของกิจการกำหนด ในขณะเดียวกันก็จะทำการเบิกเงินสดเป็นประจำจากตู้ที่ตั้งอยู่ในสถานีบริการแต่ละคราวในจำนวนไม่มากนัก แค่เพียงพอใช้เท่านั้น และคงไม่มีเวลาไปใช้ช่องทางต่างๆ ของธนาคารเจ้าของบัญชี คงไม่คาดคิดว่าค่าบริการใช้เอทีเอ็มต่างธนาคารเกินกว่าจำนวนครั้งที่ระบุที่เรียกเก็บเพียงไม่กี่บาท (ยังไม่รวมถึงค่าธรรมเนียมรายปี) รวมกันแล้วอาจเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยสำหรับผู้คนหลากหลายอาชีพจำนวนไม่น้อยที่ต้องทำงาน ตั้งแต่เช้าถึงค่ำ มีวันหยุดเพียงไม่กี่วันต่อเดือน ทำให้ไม่มีเวลาเข้าไปใช้บริการหน้าเคาน์เตอร์ของธนาคาร รวมทั้งอาจรู้สึกว่าสถานที่ของธนาคารนั้นหรูหราเกินว่าที่ตัวเองจะเข้าไปร่วมใช้บริการได้

ประเทศไทยน่าจะเป็นเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่ต้องชำระค่าธรรมเนียมบริการสำหรับการใช้อิเล็กทรอนิกส์ ในขณะที่ต้นทุนการให้บริการต่อรายการของเจ้าหน้าที่น่าจะสูงกว่าการใช้อิเล็กทรอนิกส์ประมาณ 5 เท่าตัวเป็นอย่างน้อย ความพยายามของภาครัฐที่จะให้การกำหนดค่าบริการที่เป็นธรรมเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และช่วงนี้ทุกท่านคงเห็นข่าวความพยายามในเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง

ผมเคยถามผู้เชี่ยวชาญในด้านเศรษฐกิจมหภาคว่า การนำพาประเทศไทยก้าวเข้าสู่ระบบการเงินอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ อะไรคือปัจจัยที่สำคัญที่สุด คำตอบที่ได้คือ ผู้มีส่วนได้เสียที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการลดค่าใช้จ่ายจะต้องเป็นผู้มีบทบาทสำคัญและเป็นผู้ลงทุนหลัก (มิใช่กำหนดให้ผู้เสียประโยชน์เป็นผู้ลงทุน)

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่