
เฟดหนุนหุ้นไทย
บลจ.วรรณ มองเฟดเลื่อนขึ้นดอกเบี้ยกระทบพันธบัตรไทยจำกัด หนุนหุ้นไทยแตะ 1,450 จุด สัปดาห์นี้ “MFC” เสิร์ฟกองตราสารหนี้ 3 ปี หลังกองเก่ายอดจองล้น
บลจ.วรรณ มองเฟดเลื่อนขึ้นดอกเบี้ยกระทบพันธบัตรไทยจำกัด หนุนหุ้นไทยแตะ 1,450 จุด สัปดาห์นี้ “MFC” เสิร์ฟกองตราสารหนี้ 3 ปี หลังกองเก่ายอดจองล้น
นายมณฑล จุนชยะ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) วรรณ เปิดเผยว่า บริษัทคาดการณ์ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยในสัปดาห์นี้มีโอกาสปรับตัวลดลงตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐที่ปรับตัวลดลงมาก หลังสหรัฐประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน พ.ค. ที่เพิ่มขึ้นต่ำกว่าคาด ทำให้ตลาดปรับลดโอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในเดือน มิ.ย. เหลือเพียง 6% จากเดิม 30% และเดือน ก.ค. เหลือ 30% จากเดิม 60%
อย่างไรก็ตาม ตลาดพันธบัตรไทยอาจมีการปรับตัวลงในวงจำกัด เนื่องจากตลาดมีอุปทานจำนวนมากเข้ามาสนับสนุน จากการออกพันธบัตรใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทย
“ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.8 หมื่นตำแหน่ง ซึ่งน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ 1.64 แสนตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานอยู่ที่ 4.7% ลดลงจากเดือนก่อน 5% และต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ 4.9% โดยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาอ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ ส่งผลให้ตลาดเริ่มคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไป โดยเริ่มมองช่วงเวลาของการปรับขึ้นอยู่ในช่วง ธ.ค.ปีนี้” นายมณฑล กล่าว
สำหรับตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ บริษัทคาดการณ์ว่ากรอบดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ระดับ 1,420-1,450 จุด โดยมองว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกสนับสนุนแนวโน้มจากการเลื่อนปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยค่าเงินบาทของไทยและค่าเงินในตลาดภูมิภาคเริ่มแข็งค่าขึ้น สวนทางกับค่าเงินเหรียญสหรัฐที่อ่อนค่าลง สะท้อนว่าเริ่มมีกระแสเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติเริ่มไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเพิ่มบางส่วนทั้งนี้ บลจ.วรรณ มองดัชนีหุ้นไทยสิ้นปีนี้อยู่ที่ 1,490 จุด
อย่างไรก็ดี บริษัทยังแนะนำให้ติดตามถ้อยแถลงของประธานเฟดที่จะบ่งชี้ต่อท่าทีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในระยะถัดไป และผลการประชุมของเฟด ในวันที่ 14-15 มิ.ย.นี้ รวมถึงทิศทางราคาน้ำมันหลังจากที่ราคาปรับตัวลดลง เนื่องจาก Rig Count กลับมาผลิตเพิ่มขึ้นอีกครั้ง หลังราคาน้ำมันยืนใกล้ระดับ 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และติดตามผลการลงประชามติของประเทศอังกฤษหลังผลสำรวจระบุคะแนนโหวตออกมาจากสหภาพยุโรปเริ่มเพิ่มขึ้น
ด้าน น.ส.ประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี กล่าวว่า บริษัทเตรียมเปิดขายกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี สเตเบิ้ล อินคัม ฟันด์ 20 (MSI 20) มูลค่าโครงการ 400 ล้านบาท เสนอขายครั้งเดียวตั้งแต่วันนี้-13 มิ.ย. 2559 หลังจากกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี สเตเบิ้ล อินคัม ฟันด์ 19 (MSI 19) ที่เปิดขายไปก่อนหน้านี้ ได้รับความสนใจจากนักลงทุนจำนวนมาก โดยมียอดจองซื้อเกินมูลค่าโครงการและยังมีนักลงทุนที่สนใจลงทุนอย่างต่อเนื่อง
กองทุน MSI 20 จะเน้นลงทุนตราสารหนี้ที่ออกโดยภาครัฐและเอกชนทั้งในและนอกประเทศที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ โดยจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติทุก 3 เดือน ตลอดอายุโครงการประมาณ 3 ปี ในอัตราเฉลี่ย 2.90% ต่อปี สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทุนได้เงินลงทุนขั้นต่ำตั้งแต่ 1 หมื่นบาท
น.ส.ประภา กล่าวว่า สำหรับตราสารที่จะลงทุนซึ่งได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ BBB+ ได้แก่ หุ้นกู้บริษัท ทีพีไอ โพลีน ลงทุน 10% ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ 0.33% ต่อปี หุ้นกู้บริษัท อาปิโก ไฮเทค ลงทุน 18.75% ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ 0.56% ต่อปี
หุ้นกู้บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง ลงทุน 22.50% ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ 0.63% ต่อปี หุ้นกู้บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น ลงทุน 22.50% ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ 0.79% ต่อปี หุ้นกู้บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ลงทุน 22.50% คาดผลตอบแทน 0.73% ต่อปี และพันธบัตรรัฐบาลไทย ลงทุน 3.75% คาดผลตอบแทน 0.06% ต่อปี
นอกจากนี้กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารอื่นแทนหรือเพิ่มเติม ซึ่งมีอันดับความน่าเชื่อถือในอันดับที่สามารถลงทุนได้ คือ ไม่ต่ำกว่า BBB-







