
ฟอร์ดลองรถขับด้วยตัวเองในที่มืด ปี'59เพิ่ม30คันวิ่งบนถนนจริง
โดย...สไปรท์
โดย...สไปรท์
เมื่อเร็วๆ นี้ รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ฟอร์ด ฟิวชั่น ไฮบริด ได้ขับเคลื่อนบนถนนโล่งกลางทะเลทรายตอนกลางคืน โดยไม่มีการเปิดไฟหน้า เพื่อปฏิบัติภารกิจที่เสี่ยงอันตรายสำหรับผู้ขับขี่ที่เป็นมนุษย์
การทดลองขับเคลื่อนรถยนต์ในสภาวะความมืดมิด เกิดขึ้นบริเวณศูนย์ทดลองฟอร์ด ที่รัฐแอริโซนา ประเทศ สหรัฐอเมริกา นับเป็นอีกก้าวสำคัญของฟอร์ดที่จะพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติที่สมบูรณ์แบบสู่ผู้บริโภคทั่วโลก
ข้อมูลจากสำนักงานความปลอดภัยการจราจรทางหลวงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (National Highway traffic Safety Administration) พบว่าอัตราการเสียชีวิตของผู้ขับขี่รถยนต์ในช่วงเวลากลางคืนสูงกว่าอัตราในช่วงเวลากลางวันประมาณ 3 เท่า
ทั้งนี้ เซ็นเซอร์ LiDAR ของฟอร์ด ซึ่งทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์จำลองการเป็นผู้ขับขี่เสมือนจริงมีความแม่นยำสูงจนกระทั่งสามารถขับเคลื่อนรถยนต์ได้บนถนนคดเคี้ยว แม้ว่าจะไม่มีกล้องซึ่งต้องทำงานโดยอาศัยแสงสว่าง ถึงแม้ว่าการทำงานที่ดีที่สุด คือการทำงานร่วมกันของโหมดเซ็นเซอร์ทั้ง 3 โหมด ได้แก่ เรดาร์ กล้องและเซ็นเซอร์ LiDAR แต่การทำงานเพียงเซ็นเซอร์ LiDAR อย่างเดียวก็สามารถทำงานได้อย่างอิสระบนถนนโดยไม่ต้องอาศัยแสงสว่าง
จิม แมคไบรด์ หัวหน้าเทคนิคฝ่ายรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ กล่าวว่า ด้วยการใช้เซ็นเซอร์ LiDAR รถยนต์ที่ใช้ในการทดสอบจึงไม่ต้องพึ่งพาแสงอาทิตย์หรือแม้กระทั่งกล้องเพื่อตรวจจับเส้นถนนสีขาวอีกต่อไป นอกจากนี้ เซ็นเซอร์ LiDAR ช่วยให้รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติสามารถขับเคลื่อนในเวลากลางคืนได้ดีเท่าในเวลากลางวันอีกด้วย
ในการขับเคลื่อนท่ามกลางความมืด รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของฟอร์ดใช้แผนที่สามมิติความละเอียดสูงที่มาพร้อมข้อมูลเกี่ยวกับถนนอย่างครบครัน อาทิ เส้นจราจร สภาพภูมิศาสตร์ การทำแผนที่และสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น ป้ายบอกทาง อาคารและต้นไม้ รถยนต์จะใช้คลื่นจากเซ็นเซอร์ LiDAR ในการระบุตำแหน่งลงบนแผนที่แบบเรียลไทม์ จากนั้นจึงรวมข้อมูลที่ได้เข้ากับข้อมูลจากเรดาร์เพื่อทำให้สมรรถนะการตรวจจับของรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติสมบูรณ์
สำหรับการทดสอบการขับเคลื่อนในทะเลทรายตอนกลางคืนนี้ ทีมวิศวกรฟอร์ดได้สวมใส่แว่นตาสำหรับกลางคืนเพื่อเฝ้าดูรถยนต์ ฟอร์ด ฟิวชั่น จากทั้งภายนอกและภายในตัวรถ แว่นดังกล่าวนี้ช่วยให้สามารถมองเห็นการทำงานของเซ็นเซอร์ LiDAR ในรูปแบบตารางแสงเลเซอร์อินฟราเรดที่ปล่อยออกมารอบๆ ตัวรถขณะรถเคลื่อนที่ผ่านเซ็นเซอร์ LiDAR จะปล่อยคลื่นเลเซอร์จำนวน 2.8 ล้านจุดต่อ 1 วินาที เพื่อให้สามารถสแกนสภาพแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ
หลังทำการค้นคว้าด้านรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติมากว่าทศวรรษ ฟอร์ดมุ่งที่จะพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติให้มีสมรรถนะสูงแบบโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการควบคุมจากผู้ขับขี่ ให้ได้ตามมาตรฐานระดับ 4 ที่กำหนดโดยสมาคมวิศวกรรมยานยนต์นานาชาติ (SAE International Level 4)
ในปี 2559 ฟอร์ดจะเพิ่มจำนวนรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติสำหรับการทดสอบถึง 3 เท่า โดยจะนำรถฟอร์ด ฟิวชั่น ไฮบริด ขับเคลื่อนอัตโนมัติ จำนวน 30 คันมาขับทดสอบบนถนนในรัฐแคลิฟอร์เนีย แอริโซนา และมิชิแกน
การพัฒนานี้เป็นหนึ่งในแผนการสัญจรอัจฉริยะของฟอร์ด ซึ่งเป็นแผนในการพัฒนาการเชื่อมต่อสื่อสาร การสัญจร รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า รวมถึงการบริหารจัดการและวิเคราะห์ฐานข้อมูลขึ้นไปอีกระดับ







