
เร่งเงินออมชราภาพ กรณ์เกียร์ห้าเข้าสภา
โพสต์ทูเดย์
— รมว.คลังบุกกฤษฎีกาดัน พ.ร.บ.เงินออมชราภาพ หวังเข้าสภาเดือนนี้นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้ประสานงานกับทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้เร่งพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กองทุนการออมเพื่อการชราภาพ (กอช.) เพื่อส่งกลับมาให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนนี้ ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในสมัยประชุมนี้
ที่ผ่านมาได้เดินทางไปชี้แจงร่างกฎหมาย กอช. กับทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาด้วยตัวเอง ทำให้ได้ข้อยุติใน 2 ประเด็นที่สำคัญ คือ 1.เรื่องค่าใช้จ่ายการบริหารของกองทุน ให้มีการตัดเงินผลประโยชน์จากกองทุนเป็นอัตราส่วนที่แน่นอนมาใช้ เพื่อไม่ให้เป็นภาระงบ ประมาณ ซึ่งก่อนหน้านี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้เสนอร่างกฎหมายให้นำเงินงบประมาณมาใช้ในการบริหารกองทุน
ประเด็นที่ 2 ในเรื่องของการประกันผลตอบแทนให้กับสมาชิก ก็คงให้มีอยู่ต่อไป เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับสมาชิกของกองทุน
นายกรณ์ กล่าวว่า หากตั้ง กอช. ได้สำเร็จ เชื่อว่าจะมีผู้สนใจเข้ามาเป็นสมาชิกของกองทุนจำนวนมาก โดยในส่วนของรัฐบาลได้เตรียมเงินงบประมาณเพื่อสมทบเข้ากองทุนถึงปีละ 2.3 หมื่นล้านบาท
การจ่ายเงินสะสมและสมทบเข้ากองทุนมาจาก 2 ฝ่าย คือผู้ออมจ่ายสะสมและรัฐจ่ายสมทบ โดยจะจ่ายเป็นรายเดือนหรือรายงวดก็ได้ ตามอัตราคือผู้ออมจ่ายสะสมขั้นต่ำเดือนละ 100 บาท และจ่ายสะสมเพิ่มตามความสมัครใจได้อีกเดือนละ 1001,000 บาท
รัฐบาลจ่ายสมทบตามอายุของผู้ออม คือ 1.ผู้ออมอายุต่ำกว่า 20 ปี รัฐไม่จ่ายสมทบ 2.ผู้ออมอายุตั้งแต่ 2030 ปี รัฐจ่ายสมทบเดือนละ 50 บาท 3.ผู้ออมอายุมากกว่า 3050 ปี รัฐจ่ายสมทบเดือนละ 80 บาท 4.ผู้ออมอายุมากกว่า 5060 ปี รัฐจ่ายสมทบเดือนละ 100 บาท อัตราเงินสะสมและเงินสมทบจะปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสภาพทางเศรษฐกิจ
สำนักงานกองทุนการออมแห่งชาติ ให้มีสำนักงานใหญ่ ณ สถานที่ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา และจะจัดตั้งสาขาหรือตัวแทนขึ้น ณ ที่อื่นใดได้ตามความจำเป็น
การจ่ายเงินให้แก่สมาชิกจะเกิดขึ้นกรณีที่สิ้นสมาชิกภาพเพราะอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ สมาชิกมีสิทธิได้รับบำนาญจากเงินสะสม เงินสมทบและผลประโยชน์ไปตลอดอายุขัย และคืนเงินให้กับผู้มีสิทธิรับผลประโยชน์ หากเสียชีวิตก่อน 80 ปี
การบริหารจัดการกองทุน จะมีคณะกรรมกองทุน และมอบหมายให้บริษัทจัดการลงทุนบางราย ที่ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ประเภทการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ร่วมบริหาร
นโยบายการลงทุนอย่างน้อยต้องกำหนดให้ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงไม่ต่ำกว่า 60% ของเงินกองทุนโดยจัดให้มีแผนการลงทุน (Employee
’s choice) ที่กระจายความเสี่ยงให้แก่สมาชิกเลือกด้วย






