
มาเลย์ทิ้งบลจ.ในไทย
บลจ.เมย์แบงก์ กรุ๊ป มาเลเซีย เจรจาขายธุรกิจ บลจ.ในไทย หลังเข้าลงทุนกว่า 6 ปี
บลจ.เมย์แบงก์ กรุ๊ป มาเลเซีย เจรจาขายธุรกิจ บลจ.ในไทย หลังเข้าลงทุนกว่า 6 ปี
แหล่งข่าวจากวงการหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่และรอการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หลังจาก บลจ.เมย์แบงก์ กรุ๊ป (มาเลเซีย) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น 99.99% มีแผนขายหุ้นออก โดยมีบริษัทที่ดำเนินธุรกิจไฟแนนซ์ในไทยสนใจเข้ามาซื้อหุ้น ซึ่งมีกระแสข่าวว่าเป็นบริษัท ไอร่า แคปปิตอล โดยคาดว่าขั้นตอนต่างๆ จะจบลงในไม่ช้า
ปัจจุบัน บลจ.เมย์แบงก์ ได้ทยอยปิดกองทุนบางกองไปแล้ว เช่น กองทุนอีทีเอฟที่ลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ 3 กองทุน และมีการโอนกองทุนบางส่วนไปให้ บลจ.วรรณ บริหารจัดการ เช่น กองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ ผ่านกองทุนหลักที่อยู่ในต่างประเทศ (ฟีดเดอร์ ฟันด์) โดยได้ทำหนังสือถึงผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อขออนุมัติในการปรับเปลี่ยนผู้บริหารจัดการกองทุนเป็น บลจ.วรรณ ซึ่งมีจำนวน 2 กองทุน
สำหรับเหตุผลที่ต้องปิดบางกองทุนและโอนย้ายกองทุนออกไปให้ บลจ.อื่น เนื่องจากผู้ถือหุ้นกลุ่มใหม่ต้องการจะเน้นเฉพาะกองทุนหุ้นไทยและกองทุนตราสารหนี้ของไทยเท่านั้น
“หลังจาก บลจ.เมย์แบงก์ กรุ๊ป มาเลเซีย มีแผนจะขายธุรกิจ บลจ.ในประเทศไทย ก็มีผู้สนใจทันที โดยดีลนี้ถือว่าใช้ระยะเวลาเจรจาค่อนข้างสั้นเมื่อเทียบธุรกิจอื่น ถือเป็นการซื้อกิจการที่ใช้เวลาอันรวดเร็วที่สุดของอุตสาหกรรม เมื่อเทียบการเข้าซื้อกิจการต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมาของประเทศไทย ซึ่งจะเห็นได้ว่ากรณีอื่นจะใช้เวลาในการซื้อกิจการหรือควบรวมกิจการค่อนข้างนานมากดีลเป็นปี” แหล่งข่าวเปิดเผย
ทั้งนี้ กลุ่มเมย์แบงก์ กรุ๊ป (มาเลเซีย) เข้ามาทำธุรกิจกองทุนรวมในไทยตั้งแต่ปี 2552 เพื่อรองรับการขยายตัวด้านการลงทุน หลังแนวโน้มเศรษฐกิจส่งสัญญาณฟื้นตัวขึ้น โดยตั้งเป้ามูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (เอยูเอ็ม) ของ บลจ.เมย์แบงก์ ไว้ที่ 2 หมื่นล้านบาท ภายใน 5 ปี นับตั้งแต่เปิดดำเนินการและตั้งเป้าเป็น บลจ.ชั้นนำขนาดกลางในอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตามข้อมูลจากสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) ล่าสุด ณ วันที่ 31 พ.ค. 2559 บลจ.เมย์แบงก์ มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (เอ็นเอวี) ในธุรกิจกองทุนรวมอยู่ที่ 309.64 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 0.01% จำนวนกองทุน 6 กอง ส่วนธุรกิจจัดการกองทนส่วนบุคคลมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้บริหาร 145.62 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 0.02%
สำหรับกรณีของ บลจ.วรรณ หลังจาก นายวิน อุดมรัชตวณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ลาออก เพื่อเข้าไปดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) หรือ KTBST ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2559 ที่ผ่านมา ล่าสุดคณะกรรมการ บลจ.วรรณ อยู่ระหว่างการคัดเลือกผู้เข้ามาดำรงตำแหน่งแทน โดยบุคคลที่อยู่ในการสรรหามีทั้งคนในแวดวง บลจ.และแวดวงการเงิน คาดว่าจะได้ข้อสรุปอีกไม่นาน
ทั้งนี้ นายวินได้เข้าไปลงทุนและถือหุ้น บล.เคทีบี สัดส่วน 25% ส่วนที่เหลือ 75% ถือโดยบริษัท เคทีบี อินเวสต์เมนท์ แอนด์ ซีคิวริตี้ บริษัทในกลุ่มธุรกิจของเคบีทีจากประเทศเกาหลี







