
เนสกาแฟปลุกตลาด
เนสกาแฟ เลือกไทยชิมลางสูตรใหม่ “เบลนด์ แอนด์ บรู” กระตุ้นตลาดกาแฟสำเร็จรูป หลังตลาดซบ
เนสกาแฟ เลือกไทยชิมลางสูตรใหม่ “เบลนด์ แอนด์ บรู” กระตุ้นตลาดกาแฟสำเร็จรูป หลังตลาดซบ
นางออดรีย์ เลียว ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า เปิดเผยว่า บริษัทได้เลือกประเทศไทยเป็นประเทศแรกในโลก เพื่อเปิดตัว เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ผสมกาแฟคั่วบดละเอียด เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพ และมีโอกาสที่กาแฟสำเร็จรูปยังสามารถเติบโตได้อีกมาก เพราะปัจจุบันอัตราการบริโภคกาแฟของคนไทยยังอยู่แค่ 200 แก้ว/ปี ต่ำกว่าประเทศญี่ปุ่นที่มีการบริโภคกาแฟอยู่ที่ประมาณ 400 ถ้วย/คน/ปี
ทั้งนี้ หลังจากเปิดตัวเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย บริษัทก็จะทำการเปิดตัวกาแฟสูตรใหม่ดังกล่าวเข้าทำตลาดในประเทศฟิลิปปินส์เป็นประเทศต่อไป หลังจากนั้นจากทยอยเปิดตัวไปยังประเทศอื่นๆ จนครบ เพื่อให้ผู้บริโภคทั่วโลกได้ทดลองกาแฟสูตรใหม่ของบริษัท
นายแวลดดิสลาฟ อังดรีฟ ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์กาแฟและครีมเทียม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) กล่าวว่า การเปิดตัวเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู เข้ามาทำตลาดในครั้งนี้ ถือเป็นการช่วยกระตุ้นตลาดกาแฟสำเร็จรูปของไทยให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง เพราะหลังจากมีปัจจัยลบเศรษฐกิจชะลอตัวตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ภาพรวมตลาดกาแฟสำเร็จรูปในปี 2558 มีอัตราการเติบโตเพียง 0.5% เท่านั้น หรือมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งในจำนวนดังกล่าวเป็นกาแฟในรูปแบบทรีอินวันประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท ส่วนอีก 5,000 ล้านบาท เป็นกาแฟคั่วบดสำเร็จรูป
สำหรับภาพรวมตลาดกาแฟสำเร็จรูปตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ ยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่หลังจากที่บริษัทได้มีการเปิดตัวกาแฟปรุงสำเร็จ เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู เข้าทำตลาดแทนที่กาแฟทรีอินวันที่ยกเลิกไป บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถกระตุ้นให้ภาพรวมตลาดกาแฟสำเร็จรูปกลับมามีอัตราการเติบโตทีี่ดีอีกครั้ง และสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้เป็นที่น่าพอใจ จากปัจจุบันเนสกาแฟมีส่วนแบ่งตลาดในตลาดกาแฟสำเร็จรูปอยู่ที่ประมาณ 60% เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำตลาดกาแฟสำเร็จรูป
“บริษัทได้เตรียมงบสำหรับการทำตลาดเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ในปีนี้ไว้ที่ประมาณ 600 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้งบการตลาดที่มากที่สุดในรอบ 15 ปี เนื่องจากบริษัทต้องการให้กาแฟสูตรใหม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างอย่างรวดเร็ว ดังนั้นสื่อที่ใช้จึงจะครอบคลุมทุกช่องทางไม่ว่าจะเป็นทีวี ป้ายโฆษณา สื่อ ณ จุดขาย การแจกสินค้าทดลองชิมจำนวน 400 ตัวอย่าง หรือการโฆษณาและทำกิจกรรมผ่านสื่อดิจิทัล ด้วยการดึงคนดังในโลกออนไลน์ มาเผยเรื่องราวที่ไม่เคยรู้ของเนสกาแฟผ่านทางสื่อเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และยูทูบ” นายอังดรีฟ กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ดึง นายเจมส์ มาร์ และ น.ส.มิน พีชญา วัฒนามนตรี มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู เพื่อเป็นตัวแทนในการสื่อสารกาแฟสูตรดังกล่าวส่งตรงไปถึงผู้บริโภค ซึ่งหลังจากเดินหน้าทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง บริษัทมั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะมียอดขายเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ตรงตามเป้าหมายที่วางไว้
ขณะเดียวกันด้านการลงทุน บริษัทใช้งบ 800 ล้านบาท ลงทุนในด้านของการผลิตสินค้าภายยในโรงงานย่านบางปู และฉะเชิงเทรา เพื่อรองรับการผลิตเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ผสมกาแฟคั่วบดละเอียด และการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต ซึ่งบริษัทจะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง







