posttoday
หุ้นไทย 1 มิ.ย.ปิดลดลง 8.52 จุด

หุ้นไทย 1 มิ.ย.ปิดลดลง 8.52 จุด

01 มิถุนายน 2559

หุ้นไทย 1 มิ.ย. ปิดที่ 1,415.76 จุด ลดลง 8.52 จุด มูลค่าการซื้อขาย 42,857 ล้านบาท

หุ้นไทย 1 มิ.ย. ปิดที่ 1,415.76 จุด ลดลง 8.52 จุด มูลค่าการซื้อขาย 42,857 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลงจนมาปิดที่ 1,415.76 จุด ลดลง 8.52 จุด หรือ 0.60 % มูลค่าการซื้อขาย 42,857.62 ล้านบาท

นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ให้ความเห็นต่อตลาดหุ้นไทยว่า ดัชนีตลาดหุ้นwmp ปรับตัวขึ้นมามากนับตั้งแต่ต้นปี มองว่าโอกาสที่ปรับขึ้นได้จำกัดแล้ว โดยคาดการณ์เป้าหมาย 1,460 จุด และจะมีความเสี่ยงที่ตลาดหุ้นไทยจะปรับฐานลงในช่วงเดือน มิ.ย.จากปัจจัยต่างๆ จากภายนอกประเทศ โดยเฉพาะปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นกำลังจะหมดลง และการปรับน้ำหนักการลงทุนของดัชนี MSCI Emerging Market เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา

สำหรับปัจจัยด้านราคาน้ำมัน มาจากราคาน้ำมันดิบที่เริ่มมีกรอบจำกัดและมีความเสี่ยงที่จะปรับฐาน โดยการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบและสินค้าโภคภัณฑ์นับเป็นปัจจัยหลักที่สนับสนุนการฟื้นตัวของตลาดหุ้นในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา

ประเด็นการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) วันที่ 15 มิ.ย.ตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมช่วงกลางปีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยความน่าจะเป็นในการขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือน ก.ค.ได้เพิ่มขึ้นสูงกว่า 50% ซึ่งจะส่งผลให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐกลับมาแข็งค่าและเป็นปัจจัยกดดันราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ตลาดหุ้น รวมถึงค่าเงินในตลาดเกิดใหม่ต่อไป

ขณะเดียวกัน การลงประชามติการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของอังกฤษในวันที่ 23 มิ.ย.ผลการสำรวจล่าสุดชี้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้อังกฤษเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ต่อไป แต่ยังมีประชาชนอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ ซึ่งทำให้ความเสี่ยงในการออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของอังกฤษยังเป็นความเสี่ยงที่ตลาดจับตามอง

อย่างไรก็ตาม มองว่าการปรับฐานของตลาดหุ้นไทยในเดือน มิ.ย.จะเกิดขึ้นเพียงระยะสั้น ในขณะที่พื้นฐานทางเศรษฐกิจและการเติบโตของกำไรจะช่วยสนับสนุนให้ตลาดหุ้นกลับมาฟื้นตัวขึ้นได้ในช่วงครึ่งหลังของปี แนะนำให้ใช้โอกาสที่ตลาดปรับฐานในการเข้าลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่น เนื่องจากคาดว่าแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดจะส่งผลให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐฯกลับมาแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินเยน และเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนตลาดหุ้นญี่ปุ่นต่อไป  

หลักทรัพย์ที่มูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่

SCB  มูลค่าการซื้อขาย 3,829 ล้านบาท ปิดที่ 137.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท (+2.24 %)
PTTEP  มูลค่าการซื้อขาย 1,616 ล้านบาท ปิดที่ 77.00 บาท ลดลง 0.75 บาท (-0.96%)
AOT  มูลค่าการซื้อขาย 1,447 ล้านบาท ปิดที่ 390.00 บาท ลดลง 6.00 บาท (-1.52%)
IVL มูลค่าการซื้อขาย 1,181 ล้านบาท ปิดที่ 33.25 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
PTT  มูลค่าการซื้อขาย 1,167 ล้านบาท ปิดที่ 299.00 บาท ลดลง 2.00 บาท (-0.66%)

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน