posttoday

สินค้าสมาร์ทโฮมบุกไทย หวังออนไลน์ช่วยปลุกตลาด

30 พฤษภาคม 2559

เมื่อเริ่มมีผู้เล่นรายใหม่ๆ เข้ามาแข่งขัน ตลาดสมาร์ทโฮมก็จะคึกคักยิ่งขึ้นแน่นอน

โดย....ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

ตลาดเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะหรือสมาร์ทโฮมยังมีโอกาสเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยสถาบันวิจัยจูนิเปอร์ประเมินแนวโน้มตลาดว่าจะมีการเติบโตถึง 7.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.3 ล้านล้านบาท ในอีก 2 ปีข้างหน้า สอดคล้องกับผลสำรวจของ ABI Research ที่คาดการณ์ไว้ว่าในปี 2557-2562 จำนวนอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หรือไอโอทีจะเพิ่มขึ้น 67% ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเติบโตของอุปกรณ์สมาร์ทโฮมถึง 25% ของจำนวนไอโอทีทั้งหมด โดยอุปกรณ์สมาร์ทโฮมเกี่ยวกับความปลอดภัย และให้พลังงานจะเพิ่มขึ้นมากที่สุด

บรรพต วัฒนสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี เปิดเผยว่า ถึงตลาดโลกจะเริ่มมีการติดตั้งอุปกรณ์สมาร์ทโฮมทั้งจากผู้บริโภค และเจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ แต่ในประเทศไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น เพราะมีผู้บริโภคจำนวนน้อยที่เข้าใจเทคโนโลยีนี้ ประกอบกับอุปกรณ์ต่างๆ ถูกนำเข้ามาเพียงไม่กี่แบรนด์ ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญหากบริษัทบุกเบิกการทำตลาดอุปกรณ์นี้ก่อน จึงตัดสินใจนำสินค้าสมาร์ทโฮม “ยาคอบ เยนเซน” ผู้ผลิตสินค้าสมาร์ทโฮมจากประเทศเดนมาร์ก เข้ามาทำตลาดไทย

“อาร์ทีบีได้รับการแต่งตั้งจากยาคอบ เยนเซน ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์สมาร์ทโฮมในประเทศไทยเพียงผู้เดียว ประกอบกับปีนี้ผู้บริโภคในประเทศไทยเริ่มคุ้นเคยกับเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมบ้างแล้ว เช่น กล้องวงจรปิดระบบไว-ไฟ ดังนั้นการนำสินค้าใหม่เข้ามาจะรับกับตลาดในประเทศไทยที่จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งสินค้าของยาคอบ เยนเซน ที่นำเข้ามาจะทำตลาดทั้งผู้บริโภคทั่วไป และองค์กรต่างๆ เช่น โรงแรม และกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงโรงเรียนต่างๆ” บรรพต กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทเตรียมวางจำหน่าย Air Quality Monitor หรืออุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในบ้านแบบพกพา เพราะก่อนหน้านี้มีอุปกรณ์ตรวจสอบสภาพอากาศที่ต้องติดตั้งเท่านั้น ทำให้การนำอุปกรณ์นี้ไปใช้งานทำได้หลากหลายกว่า ที่สำคัญสามารถตรวจวัดฝุ่นละอองได้เล็กสุด 2.5 ไมโครมิเตอร์ ทำให้ตรวจสอบควันบุหรี่ ควันจากการทำอาหาร และความชื้นภายในห้องได้อย่างถูกต้อง โดยน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 314 กรัม และวางจำหน่ายในเดือน มิ.ย. 2559 ราคา 1.2 หมื่นบาท มองว่าเป็นสินค้าที่จับต้องได้และตลาดมีความต้องการ

อย่างไรก็ตาม การทำตลาดสมาร์ทโฮมของอาร์ทีบีจะมีมากขึ้น ผ่านการนำสินค้าที่หลากหลาย เช่น กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ และระบบล็อกประตูแบบดิจิทัล พร้อมกับหาช่องทางจำหน่ายเกี่ยวกับอุปกรณ์ภายในบ้านเข้ามาเสริมตลาดเพิ่มเติม หลังเน้นจำหน่ายกลุ่มสินค้าไอที เช่น ไอสตูดิโอ และเพาเวอร์บาย เป็นต้น โดยปีนี้ตั้งเป้ายอดขายจากกลุ่มสินค้าสมาร์ทดีไวซ์ที่ 10 ล้านบาท ถือเป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับสินค้าที่บริษัทจำหน่ายอยู่เดิม เช่น หูฟังแบรนด์จาบร้า และอุปกรณ์เสริมไอทีต่างๆ

สินค้าสมาร์ทโฮมบุกไทย หวังออนไลน์ช่วยปลุกตลาด

ทิโมธี ยาคอบ เยนเซน ประธานกรรมการบริหารและหัวหน้าดีไซเนอร์ ยาคอบ เยนเซน กล่าวว่า การเติบโตของการใช้งานเทคโนโลยีต่างๆ ในประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้โอกาสการทำตลาดอุปกรณ์สมาร์ทโฮมในพื้นที่นี้จะได้ผลตอบรับที่ดี และด้วยแบรนด์ที่มีความนิยมในระดับโลกจึงมีความน่าเชื่อถือในการทำตลาด

สำหรับตลาดอุปกรณ์สมาร์ทโฮมในไทยจะมีตั้งแต่หลอดไฟที่ควบคุมด้วยสมาร์ทโฟน ตู้เย็นที่สามารถแจ้งข้อมูลต่างๆ ไปที่สมาร์ทดีไวซ์ และที่เห็นอย่างแพร่หลายคือกล้องวงจรปิดผ่านระบบไว-ไฟ ที่มีทั้งแบรนด์ท้องถิ่น และแบรนด์ต่างประเทศเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ส่วนตัวแทนจำหน่ายจะมีทั้งกลุ่มโทรคมนาคม แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำ และผู้ทำตลาดอุปกรณ์เสริมไอทีอยู่เดิม และนอกจากอุปกรณ์ภายในบ้านแล้ว ปัจจุบันยังมีอุปกรณ์ที่ทำให้รถยนต์สามารถแจ้งข้อมูลซ่อมบำรุงไปที่สมาร์ทโฟนได้เช่นกัน แต่ยังมีความนิยมไม่มากเท่าตลาดต่างประเทศ

เมื่อเริ่มมีผู้เล่นรายใหม่ๆ เข้ามาแข่งขัน ตลาดสมาร์ทโฮมก็จะคึกคักยิ่งขึ้นแน่นอน

ข่าวล่าสุด

“SONKLIN Weeks” เสิร์ฟเมนูซิกเนเจอร์ค็อกเทลจาก “ซ่อนกลิ่น”