
อาการน่าเป็นห่วง
มีโอกาสเดินสายไปหลายจังหวัดในแถบภาคเหนือตอนล่าง สัญญาณการค้าในแต่ละแห่งไม่ดีจริงๆ ครับ โดยเฉพาะอำเภอรอบนอกยอดขายร่วงหล่นไปหลายสิบเปอร์เซ็นต์ ร้านค้าร้านรวงโดนเต็มๆ รายได้แค่พอจ่ายค่าเช่ากับลูกจ้าง ส่วนใหญ่เป็นผลกระทบมาจากราคาสินค้าพืชไร่ตกต่ำและยังเจอภัยแล้งหนักๆ เข้าไปอีกเด้ง กำลังซื้อหลักคือเกษตรกรลดลงไปมาก หากอีกสองสามเดือนภัยแล้งยังยืดเยื้อต่อเนื่อง งานนี้มีหวังได้เห็นร้านค้าในต่างจังหวัดหยุดกิจการเป็นใบไม้ร่วง
มีโอกาสเดินสายไปหลายจังหวัดในแถบภาคเหนือตอนล่าง สัญญาณการค้าในแต่ละแห่งไม่ดีจริงๆ ครับ โดยเฉพาะอำเภอรอบนอกยอดขายร่วงหล่นไปหลายสิบเปอร์เซ็นต์ ร้านค้าร้านรวงโดนเต็มๆ รายได้แค่พอจ่ายค่าเช่ากับลูกจ้าง ส่วนใหญ่เป็นผลกระทบมาจากราคาสินค้าพืชไร่ตกต่ำและยังเจอภัยแล้งหนักๆ เข้าไปอีกเด้ง กำลังซื้อหลักคือเกษตรกรลดลงไปมาก หากอีกสองสามเดือนภัยแล้งยังยืดเยื้อต่อเนื่อง งานนี้มีหวังได้เห็นร้านค้าในต่างจังหวัดหยุดกิจการเป็นใบไม้ร่วง
ไม่เพียงแต่ร้านค้าริมถนนเท่านั้น แม้แต่ร้านค้าที่พอมีกำลังไปเช่าในห้างสรรพสินค้าติดแอร์เย็นๆ หรือไปเช่าเปิดร้านในศูนย์การค้าขนาดย่อมที่เรียกว่าคอมมูนิตี้มอลล์ ทุกแห่งย่ำแย่ไม่แพ้กัน ห้างยิ่งใหญ่คนยิ่งหดหายโหรงเหรงผิดหูผิดตา บางแห่งวันธรรมดาช่วงบ่ายๆ นับหัวคนเดินได้เลย ส่วนคอมมูนิตี้มอลล์ไม่ต้องพูดถึง ทยอยปิดตัวไปไม่น้อยทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด บางแห่งที่เห็นยืนสู้ต่อก็เจอร้านค้าถอนออกจนห้างจะเกือบร้าง แม้แต่ร้านอาหารชื่อดังสายป่านยาวยังต้องตัดสินใจปิดบางสาขาทิ้งเพราะแบกภาระขาดทุนไม่ไหว
ผู้ประกอบการเหล่านี้ถือเป็นเอสเอ็มอี จะเป็นสตาร์ทอัพหรือไม่ไม่สำคัญ สำคัญว่ามีการลงทุน มีการจ้างงาน มีการซื้อวัตถุดิบในท้องถิ่น หากล้มหายตายจากมากๆ ย่อมกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศเต็มๆ ตอนนี้กระแสสังคมเหมือนกำลังหลงใหลได้ปลื้มกับการผลักดันคนรุ่นใหม่ ธุรกิจธุรกรรมใหม่ๆ ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เรียกชื่อเท่ๆ และมีการอัดฉีดสารพัดมาตรการสนับสนุนจนผู้ประกอบการทั่วๆ ไปอิจฉาตาร้อน ผมได้ยินเสียงบ่นน้อยใจมากมายจากผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้าแม่ขาย ผู้ที่ทำธุรกิจอยู่แล้วว่าพวกเขาไม่น่าลงทุนทำธุรกิจก่อนเลย คนที่เป็นนักรบก่อน ลงทุนก่อน ตอนนี้กลับต้องปากกัดเท้าถีบดิ้นรนช่วยตัวเองทุกวิถีทางเพื่อความอยู่รอดของกิจการและครอบครัว
ฟังแล้วสะอึกครับ นี่คงเป็นความรู้สึกลึกๆ ที่ยากจะปฏิเสธว่าไม่จริงทั้งหมดอย่างที่เขาเหล่านั้นบ่นออกมา หากเรียงลำดับมาตรการความช่วยเหลือต่างๆ จากรัฐบาล ผมเชื่อว่าครอบคลุมกับทุกกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเริ่มต้นใหม่ กลุ่มประกอบการอยู่แล้ว และกลุ่มที่ล้มลุกคลุกคลาน แต่หากวัดระดับความตื่นตัว ความสนใจ และการแสดงออกของหน่วยงานรัฐทั้งหลายที่ทำหน้าที่นำมาตรการไปสู่ภาคปฏิบัติ จะเห็นว่าต่างทุ่มไปที่กลุ่มสตาร์ทอัพชัดเจน
หันไปหน่วยไหนก็มีแต่โครงการสตาร์ทอัพเป็นตัวชูโรง ทุกกระทรวงทบวงกรมต่างชิงลงมือทำสุดๆ แม้แต่สถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานเล็กๆ ที่ไม่ค่อยได้ยินชื่อบ่อยนัก ก็ยังอุตส่าห์ทำกิจกรรมเกาะขบวนสตาร์ทอัพกับเขาด้วยเลย
คงไม่มีใครผิดใครถูก เรื่องนี้เป็นธรรมชาติของหน่วยงานรัฐที่จำเป็นต้องแสดงผลงานให้สอดรับกับนโยบาย แต่ข้อเท็จจริงคงมีการช่วยเหลือทุกกลุ่มแบบเสมอภาค อาจจะทำพีอาร์บางเรื่องโดดเด่น บางเรื่องไม่ได้หยิบมาแจ้งให้สังคมรับรู้
ต้องฝากให้ช่วยกันดูแลผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยที่กำลังยืนอยู่หน้าผา ถ้าร่วงไป 1 ราย เราต้องสร้างใหม่ทดแทนอย่างน้อย 5 ราย







