posttoday
รู้เขา รู้เรา ชิงโอกาสเออีซี

รู้เขา รู้เรา ชิงโอกาสเออีซี

26 พฤษภาคม 2559

ผ่านมาเกือบ 5 เดือน กับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งยังเห็นภาพไม่ชัดเจนในแง่ผลดี ผลเสีย แต่การแข่งขันในตลาดที่สูงขึ้น

โดย..ปิยนุช ผิวเหลือง

ผ่านมาเกือบ 5 เดือน กับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งยังเห็นภาพไม่ชัดเจนในแง่ผลดี ผลเสีย แต่การแข่งขันในตลาดที่สูงขึ้น ความพร้อมของผู้ประกอบการเป็นสิ่งสำคัญในการรับมือ สิ่งหนึ่งที่สำคัญ คือ รู้เขา รู้เรา โดยผู้เชี่ยวชาญแนะให้ผู้ประกอบการเร่งศึกษา ก่อนบุกตลาดอาเซียนอย่างจริงจัง

สาลินี วังตาล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า ประเทศไทยมีข้อด้อยในเรื่องข้อมูลความเข้าใจประเทศเพื่อนบ้านที่มีน้อย และอีกประเด็น คือ
ผู้ประกอบการไทย ควรปฏิวัติการทำธุรกิจแบบใหม่ที่เน้นสร้างมาตรฐานสินค้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับประเทศเพื่อนบ้านให้มีมากขึ้นกว่าเดิม และสร้างการยอมรับในนานาประเทศ

อย่างไรก็ตาม มองว่าไทยยังคงได้เปรียบในการเปิดเออีซี ในช่วง 3-5 ปีนี้ เพราะยังมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มากกว่าประเทศเพื่อนบ้าน แม้ว่าสถานการณ์การค้าของไทยบางส่วนจะชะลอตามเศรษฐกิจโลก แต่เศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านกำลังเติบโต การค้าชายแดนยังคึกคัก ยังคงเป็นส่วนเสริมที่ทำให้สถานการณ์การค้าของไทยเติบโตดีขึ้นได้

“จากฐานข้อมูลการส่งออกไทยของ สสว. พบว่า มูลค่าการค้าของไทยปี 2558 มีมูลค่ารวมกว่า 7.2 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นภาคธุรกิจเอสเอ็มอี 2 ล้านล้านบาท เป็นมูลค่าการค้าในเอเชีย 4.6 ล้านล้านบาท (ไม่รวมอาเซียน) อาเซียน 1.8 ล้านล้านบาท เห็นได้ว่าคู่ค้าในเอเชียและอาเซียนมีความสำคัญกับการค้าของไทยมากที่สุด” สาลินี ระบุ

ขณะที่สถิติของ สสว. พบว่า ธุรกิจที่เหมาะสมในการลงทุนประเทศในอาเซียน อาทิ สิงคโปร์ ได้แก่ ธุรกิจร้านอาหาร สปา ผลิตภัณฑ์สุขภาพ มาเลเซีย เป็นธุรกิจการท่องเที่ยว และอาหารฮาลาล ฟิลิปปินส์ เป็นธุรกิจอาหารแปรรูป และอิเล็กทรอนิกส์ อินโดนีเซีย ธุรกิจก่อสร้าง และในซีแอลเอ็มวี เน้นลงทุนกลุ่มสินค้าอุปโภค บริโภค ทุกชนิด ขณะที่ผู้ประกอบการไทยควรมองตลาดในอาเซียนอื่นที่ยังไม่ได้บุกไปหรือมีคู่แข่งน้อย เช่น ฟิลิปปินส์ และ สปป.ลาว เป็นต้น

อดุลย์ โชตินิสากรณ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ มองว่า การทำธุรกิจ หรือการพัฒนาด้านการคมนาคม ควรมองผลประโยชน์ที่จะได้รับร่วมกันในอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ไม่ใช่มุ่งแค่การแข่งขัน แต่เป็นการสร้างความร่วมมือ ในการต่อรองที่มีอำนาจกับตลาดโลก

สำหรับการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากไทยต้องมีความเข้าใจข้อมูลของประเทศเพื่อนบ้าน ความสามารถของผู้ประกอบการเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน จึงได้สร้างโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ โดยเฉพาะทายาททางธุรกิจ ขยายการค้าและการลงทุนในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ภายใต้ชื่อ โครงการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน (YEN-D Program) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยและเพื่อนบ้าน ได้มีโอกาสในการสร้างเครือข่าย ขยายธุรกิจระหว่างกัน ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้วกว่า 2 รุ่น มีทั้งรูปแบบอบรมความรู้และพาเปิดตลาดจริงในซีแอลเอ็มวี

ดังนั้น ผู้ประกอบการต้องทำการศึกษาตลาดอาเซียนในหลายมิติ และพยายามสร้างความร่วมมือเพื่อสร้างโอกาสในการขยายตลาดที่กว้างขึ้น โดยสิ่งสำคัญผู้ประกอบการต้องมีความพร้อมที่จะก้าวไป

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน