
เจรจาต่อสัมปทานก๊าซ
พลังงานชง กพช.ชี้ขาด 2 ทางเลือกบริหาร 2 แหล่งปิโตรเลียม เปิดทางเจรจารายเก่าก่อนประมูล
พลังงานชง กพช.ชี้ขาด 2 ทางเลือกบริหาร 2 แหล่งปิโตรเลียม เปิดทางเจรจารายเก่าก่อนประมูล
พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการปิโตรเลียมที่มีนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน เมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบข้อเสนอแนวทางบริหารแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่จะหมดอายุ 2 แหล่ง คือ แหล่งเอราวัณ ที่บริษัท เชฟรอน ได้รับสัมปทานไปจนถึงปี 2565 และแหล่งบงกช ที่ บริษัท ปตท.สผ. ได้รับสัมปทานไปจนถึงปี 2566 และกระทรวงจะเสนอแนวทางการบริหารแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมดังกล่าวให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณาในวันที่ 30 พ.ค. 2559
สำหรับข้อเสนอแนวทางบริหาร 2 แหล่งสัมปทานปิโตรเลียมมี 2 แนวทาง ประกอบด้วย 1.เปิดเจรจากับผู้รับสัมปทานรายเดิมก่อน โดยภาครัฐต้องได้ผลประโยชน์ตอบแทนมากกว่าระบบไทยแลนด์ทรี
หรือต้องได้ผลประโยชน์ตอบแทนประมาณ 70% ของกำไรที่ผู้รับสัมปทานได้รับแบ่งเป็นค่าภาคหลวง 5-15% และภาษีเงินได้ปิโตรเลียม 50% ของกำไร และ 2.หากผู้รับสัมปทานรายเดิมเสนอผลตอบแทนต่ำระบบไทยแลนด์ทรี ภาครัฐจะเปิดประมูลคัดเลือกผู้รับสัมปทานรายใหม่
“การบริหารสัมปทานที่จะหมดอายุใกล้จะสรุปแล้ว โดยในวันที่ 30 พ.ค.นี้ กระทรวงจะเสนอทางเลือกให้ กพช.พิจารณา ซึ่งในหลักการคือ การเจรจารายเก่าก่อนเปิดประมูลหารายใหม่ โดยต้องยึดผลประโยชน์ตอบแทนที่ภาครัฐจะได้รับสูงสุด และการรักษาระดับการผลิตปิโตรเลียมให้มีความต่อเนื่องไป ซึ่งต้องพิจารณาพร้อมๆ กันทั้งสองมิติ” พล.อ.
อนันตพร กล่าว
พล.อ.อนันตพร ย้ำว่า สาเหตุที่ภาครัฐไม่เข้าไปบริหารจัดการสัมปทานปิโตรเลียมทั้งสองแหล่งเอง เนื่องจากไม่มีงบประมาณ และหากเจรจากับผู้รับสัมปทานรายเดิมแล้ว ผู้รับสัมปทานเสนอผลประโยชน์ตอบแทนที่ไม่น่าพอใจและไม่ได้ข้อยุติ จึงจะเปิดประมูลหาผู้ประกอบการรายใหม่
พล.อ.อนันตพร กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ. ปิโตรเลียม และ พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ว่า ขณะนี้ร่างกฎหมายทั้งสองฉบับอยู่ระหว่างการพิจารณาขั้นสุดท้ายของคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนที่จะเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป หากกฎหมายมีผลบังคับใช้กระทรวงจะผลักดันให้มีการเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ภายในปีนี้ โดยมั่นใจว่านักลงทุนยังสนใจ







