"วิรไท"ชี้ลุ่มน้ำโขงหนุนศก.ไทยโตสูง
“ผู้ว่าธปท.” ชี้เศรษฐกิจลุ่มน้ำโขงหนุนให้เศรษฐกิจในภูมิภาคและไทยขยายตัวได้อย่างมีเข้มแข็งและมีโอกาสโตสูงขึ้นเมื่อเชื่อมโยงกันมากขึ้น
"ผู้ว่าธปท." ชี้เศรษฐกิจลุ่มน้ำโขงหนุนให้เศรษฐกิจในภูมิภาคและไทยขยายตัวได้อย่างมีเข้มแข็งและมีโอกาสโตสูงขึ้นเมื่อเชื่อมโยงกันมากขึ้น
นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวภายหลังร่วมเปิดการประชุม Euromoney : การลงทุนในลุ่มแม่น้ำโขง ฟอรั่ม (The Greater Mekong Investment Forum) ว่า เศรษฐกิจในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงยังมีศักยภาพที่จะโตได้สูงมาก จากหลายปัจจัย อาทิ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของหลายประเทศในลุ่มน้ำโขงนี้ และอีกหลายประเทศก็เปิดกว้างทางเศรษฐกิจมากขึ้น มีการเปิดเสรีมากขึ้น ยอมรับการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น รวมถึงมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงกัน ในกลายรูปแบบ ไม่ว่า ถนนหนทาง ระบบพลังงาน คน การเงิน ฯลฯ
ทั้งนี้ การเชื่อมโยงและร่วมมือดังกล่าวจะเป็นตัวส่งเสริมให้เศรษฐกิจในลุ่มน้ำโขงเข้มแข็งมากขึ้น ทำให้หลายๆประเทศใช้ประโยชน์จากจุดเด่นของกันและกันได้ ประเทศไทยเราเองก็เห็นชัด เราขาดแรงงาน แรงงานมีต้นทุนสูง แต่ลุ่มน้ำโขงหลายประเทศมีแรงงานวัยหนุ่มสาวมากขึ้น และราคาไม่สูง มีทรัพยากรธรรมชาติหลายด้านที่จะมาเติมเต็มเศรษฐกิจไทยได้ ขณะที่ไทยมีพัฒนาการหลายเรื่องที่จะช่วยสนับสนุนเขา เช่น ระบบกฎหมาย ระบบการเงิน ระบบโลจิสติกส์
"ฉะนั้น การที่พยายามส่งเสริมการให้เกิดการเชื่อมโยงกันในรูปแบบต่างๆ ระหว่างกันของประเทศในลุ่มแม่น้ำโขงจึงจะเป็นประโยชน์ในระยะยาวของภูมิภาคอย่างยิ่ง"นายวิรไท กล่าว
นายวิรไท กล่าวว่า สำหรับผลกระทบเสถียรภาพเศราฐกิจไทยต่อผลกระทบจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย ในภาพใหญ่ของระบบเศรษฐกิจไทยนั้น เราไม่ต้องกังวล เพราะเรามีกันชนในด้านต่างประเทศค่อนข้างมาก เพราะประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศที่พึ่งเงินกู้จากต่างประเทศสูง แต่ไทยเราพึ่งเงินกู้ยืมจากต่างประเทศต่ำ ไม่ว่าภาครัฐ หรือ เอกชน
"ส่วนความกังวลเรื่องเงินไหลออก เท่าที่ดูนักลงทุนต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในตลาดพันธบัตรปัจจุบันก็มีสัดส่วนไม่สูงเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคอื่นๆ ที่มีค่อนข้างสูง บวกกับสภาพคล่องในประเทศไทยเราก็สูง ทำให้ไม่ต้องห่วงว่าถ้าเงินไหลออกจนสภาพคล่องจะมีปัญหา เพราะธปท.ดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้สภาพคล่องมีเพียงพอที่จะสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย"นายวิรไทกล่าว







