อียูติงไทย3ปมแก้ไอยูยู
อียูแนะไทยเร่งแก้ปัญหาไอยูยู 3 ประเด็น ด้านคณะทำงานเตรียมแจงอียูอีกรอบปลาย มิ.ย.นี้
อียูแนะไทยเร่งแก้ปัญหาไอยูยู 3 ประเด็น ด้านคณะทำงานเตรียมแจงอียูอีกรอบปลาย มิ.ย.นี้
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สหภาพยุโรป(อียู) ไม่ได้กดดันไทยในการแก้ปัญหาการประมงที่ผิดกฎหมาย ไม่มีการรายงาน และไม่มีการควบคุม (ไอยูยู) แต่เป็นการร่วมมือกันทำงานมากกว่า และจากการที่คณะทำงานฝ่ายไทยเข้าชี้แจงความคืบหน้าในการแก้ปัญหาไอยูยูเมื่อเร็วๆ นี้ ไม่ได้มีการพูดเรื่องใบเหลืองและใบแดง แต่อียูแนะนำให้ไทยดำเนินการ 3 เรื่อง คือ 1.การติดตั้งระบบติดตามเรือ (วีเอ็มเอส) 2.กระบวนการตรวจสอบย้อนกลับ และ 3.การบังคับใช้กฎหมายประมง
“เรามี พ.ร.ก.ประมงปี 2558 แต่การบังคับใช้ให้ได้ทั้งหมดก็ต้องใช้เวลาบ้าง และในช่วงปลายเดือน มิ.ย.นี้ คณะทำงานฝ่ายไทยจะรายงานความคืบหน้าในการแก้ปัญหาไอยูยูอีกรอบ” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า การแก้ปัญหาไอยูยูมีทิศทางที่ดี โดยไทยได้ปฏิบัติตามข้อเสนอแนะอียูทุกเรื่อง แต่บางส่วนยังไม่เรียบร้อยจึงต้องทำต่อ
“ในเดือน มิ.ย.-ก.ค. หรืออีกราวเดือนกว่าๆ อียูจะเดินทางมาพบกับผมเพื่อหารือกัน วันนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะเราตั้งใจทำทุกอย่าง” พล.อ.ประวิตร กล่าว
นายชนินทร์ ชลิศราพงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย กล่าวว่า จากการที่อียูให้ใบเหลืองกับไทยพบว่าไม่กระทบต่ออุตสาหกรรมทูน่านัก เพราะมีปรับตัวและทำตามหลักสากลมานานแล้ว ทำให้อธิบายลูกค้าได้ทั่วโลกและไทยเป็นประเทศแรกๆ ที่ลูกค้ายินดีซื้อปลาทูน่าในราคาสูงกว่าปกติ เพราะเป็นปลาที่ได้จากการทำประมงอย่างยั่งยืน โดยปีนี้คาดว่าอุตสาหกรรมทูน่าจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 10% มูลค่าส่งออก 8-8.5 หมื่นล้านบาท
“ความพยายามในการแก้ปัญหาไอยูยูของรัฐมีความก้าวหน้าชัดเจน แต่เมื่อมีเรื่องของกฎหมายเข้ามา ก็อยากให้ภาครัฐให้เวลาเอกชนปรับตัว แม้ว่าอาจต้องใช้เวลาบ้าง” นายชนินทร์ กล่าว
วันเดียวกัน พล.อ.ฉัตรชัย ลงนามร่วมกับผู้ประกอบการค้าปุ๋ย 7 สมาคม ซึ่งมีสมาชิก 236 ราย ลดราคาปัจจัยการผลิตในฤดูการเพาะปลูกปี 2559/2560 โดยจะลดปุ๋ยเคมีลง 20 บาท/กระสอบ และลดราคาปุ๋ยอินทรีย์ลง 30 บาท/กระสอบ
ภาพประกอบข่าว







