posttoday
ธุรกิจไฟแนนซ์ยังแรงดีไม่ตก

ธุรกิจไฟแนนซ์ยังแรงดีไม่ตก

24 พฤษภาคม 2559

โดย...จิตรา อมรธรรม

โดย...จิตรา อมรธรรม

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสแรกเฉพาะที่ธุรกิจไม่ได้อิงกับราคาน้ำมันและราคาโภคภัณฑ์ (Domestic Plays) หดตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สะท้อนกำลังซื้อที่ยังอ่อนแอ มีไม่กี่ธุรกิจที่กำไรเติบโตดี หนึ่งในนั้นคือธุรกิจไฟแนนซ์ โดยรายได้ของกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น 19% เทียบปีต่อปี แต่กำไรโตแรงกว่าคือเพิ่มขึ้นถึง 38% เทียบปีต่อปี GL มีกำไรโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม เติบโตก้าวกระโดด 102% เทียบปีต่อปี ขณะที่กำไรของบริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง (MTLS) และบริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 (SAWAD) ขยายตัวใกล้เคียงกันคือ 54% เทียบปีต่อปี และ 51% เทียบปีต่อปี ตามลำดับ ส่วนบริษัทอื่นในกลุ่มมีกำไรเติบโตตั้งแต่ 2-30% เทียบปีต่อปี หากถามความชอบ นักวิเคราะห์ของเรายังคงชอบ GL และ MTLS ด้วยเหตุผลดังนี้

GL อยู่ใน Growth stage เน้นโตต่างประเทศ

GL มีธุรกิจอยู่ในหลายประเทศ ทุกประเทศอยู่ในช่วงเริ่มต้น กำลังเก็บเกี่ยวประโยชน์ที่ได้ลงทุนไปก่อนหน้า และมีคู่แข่งน้อยราย กัมพูชาเป็นประเทศที่ GL เข้าไปดำเนินธุรกิจเป็นรายแรกๆ และปัจจุบันกำลังเก็บเกี่ยวผลกำไร โดยมีอัตราการเติบโตของจำนวนสัญญา 100% ในปี 2558 และคาดว่าจะเติบโตก้าวกระโดดใน 2 ปีข้างหน้า โดยใช้กลยุทธ์การให้สินเชื่อที่รวดเร็วและใกล้ชิดลูกค้าทำให้ NPL อยู่ในระดับต่ำ ส่วนธุรกิจในประเทศลาวดำเนินธุรกิจมาได้เพียง 5 เดือน ขณะนี้มีกำไรแล้วซึ่งใช้ระยะเวลาในการถึงจุดคุ้มทุนเร็วกว่ากัมพูชามากเนื่องจากใช้แพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้ว ส่วนธุรกิจใหม่ที่ยังสร้างรายได้เติบโตแข็งแกร่งขึ้นคือการให้สินเชื่อแก่คู่ค้า

อย่างไรก็ตามบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) ยังคงประมาณการกำไรปี 2559 ที่ 989 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70% เทียบปีต่อปี แต่ปรับประมาณการกำไรปีหน้าขึ้นเป็น 1,578 ล้านบาท ขยายตัว 60% เทียบปีต่อปี จากการปรับคาดการณ์การเติบโตของสินเชื่อขึ้นเป็น 60% และต้นทุนการเงินปรับลงจาก 6% เป็น 5% จากสภาพอัตราดอกเบี้ยต่ำทั่วโลก (และ GL จะหาแหล่งเงินเป็นเงินเหรียญสหรัฐ) การเติบโตของสินเชื่อในปีหน้าที่เราเชื่อว่าจะแข็งแกร่งจะมาจากมูลค่าตลาดมหาศาลของอินโดนีเซียและการมุ่งสู่ Digital Finance ซึ่งไม่จำกัดการให้สินเชื่อรถจักรยานยนต์แบบดั้งเดิม น่าจะเห็นในรูปแบบของการให้สินเชื่อที่หลากหลายขึ้นแก่คู่ค้าในภูมิภาค

GL-W4 ใช้รองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต

การออก GL-W4 จำนวน 170 ล้านหน่วยแก่ผู้ถือหุ้นเดิมฟรีในอัตราส่วน 9:1 อัตราการแปลงสภาพ 1:1 ราคาใช้สิทธิ 40 บาท/หุ้น อายุ 2 ปี และออกหุ้นกู้แปลงสภาพให้กับ J Trust Asia (JTA) จำนวนไม่เกิน 130 ล้านเหรียญสหรัฐ อัตราการแปลงสภาพ 1:1 ราคาแปลงสภาพ 40 บาท/หุ้นเท่ากัน อายุ 5 ปี (สำหรับหุ้นกู้แปลงสภาพได้ออกหุ้นรองรับ 115 ล้านหุ้น) เงินที่ได้จากการแปลงสภาพวอร์แรนต์และหุ้นกู้จะนำไปขยายธุรกิจในประเทศกัมพูชา ลาว และไทย รวมถึงเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการปล่อยสินเชื่อในรูปแบบ Digital Finance ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสินเชื่อสำหรับคู่ค้าในกัมพูชา (ยังไม่กำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XW แต่คาดว่าจะอยู่ในเดือน ก.ค.นี้) ผลของ Price dilution มีน้อยราว 1-2% เนื่องจากราคาแปลงสภาพซึ่งสูงกว่าราคาปัจจุบันและสัดส่วนการได้สิทธิสูง สำหรับมูลค่าพื้นฐานของ GL เราประเมินมูลค่าที่ 30 บาท คิดเป็น PE 45 เท่าเท่ากับอัตราการขยายตัวของกำไรเฉลี่ยใน 3 ปีข้างหน้า ราคาหุ้นปรับขึ้นมาตลอดแทบไม่พัก แนะนำซื้อเมื่ออ่อนตัว

MTLS อยู่ใน Growth stage เช่นกันโตในประเทศ

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้พูดถึง MTLS กันไปมากแล้ว ขอสรุปเพียงสั้นๆ ว่าธุรกิจของ MTLS ยังอยู่ในช่วงการเติบโตก้าวกระโดด ตลาดในประเทศยังไม่อิ่มตัวสำหรับบริษัท ในไตรมาสแรก MTLS เปิดสาขาใหม่ได้ 174 สาขา รวมเป็น 1,114 แห่ง สาขาส่วนใหญ่ที่เปิดใหม่อยู่ในภาคอีสานและใต้ซึ่งยังมีพื้นที่ว่างอีกมากที่สามารถขยายไปได้ บริษัทตั้งเป้าจำนวนสาขาสิ้นปีนี้ 1,350 แห่ง ซึ่งน่าจะทำได้ไม่ยาก ยอดปล่อยสินเชื่อต่อสาขาใหม่อยู่ที่ 25 ล้านบาท/สาขา/ปี ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยซึ่งนอกจากสะท้อนความสามารถของบริษัท ยังจะเห็นว่าธุรกิจไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและภัยแล้ง

ดังนั้น เป้าที่ผู้บริหารตั้งสำหรับการขยายตัวของสินเชื่อในปีนี้ที่ 50% เราเชื่อว่าจะทำได้มากกว่านั้น นอกจากนี้ จุดแข็งของ MTLS คือคุณภาพสินเชื่อซึ่งดีมาก NPL ratio ในไตรมาสแรกกลับลดลงเหลือ 0.9% การตั้งสำรอง (Coverage ratio) ก็สูงถึง 299% FSS ยังคงประมาณการกำไรในปีนี้ขยายตัว 34% ประเมินราคาเหมาะสมที่ 25 บาทไม่เปลี่ยนแปลง

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่