
เคพีเอ็นแลนด์บุก
เปิดแผนเคพีเอ็นแลนด์รุกหนักอสังหาฯ หลังปรับโครงสร้าง วางเป้าผุด 2-3 โครงการใหม่/ปี มองยาวเข้าตลาดหลักทรัพย์ ขึ้นแท่นอันดับต้นๆ อสังหาฯ ไทย
เปิดแผนเคพีเอ็นแลนด์รุกหนักอสังหาฯ หลังปรับโครงสร้าง วางเป้าผุด 2-3 โครงการใหม่/ปี มองยาวเข้าตลาดหลักทรัพย์ ขึ้นแท่นอันดับต้นๆ อสังหาฯ ไทย
นายระวี ธาตุนิยม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคพีเอ็น แลนด์ ในเครือเคพีเอ็นกรุ๊ป เปิดเผยว่า หลังจากกลุ่มเคพีเอ็นกรุ๊ปปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ด้วยการแยกแต่ละกลุ่มธุรกิจออกจากกันอย่างชัดเจน โดยปัจจุบันมีด้วยกัน 5 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจอสังหาฯ กลุ่มพลังงาน กลุ่มการศึกษา กลุ่มบันเทิง และกลุ่มการลงทุน เพื่อให้แต่ละกลุ่มธุรกิจมีความคล่องตัวในการดำเนินงานและมีเป้าหมายในการรุกหนักในแต่ละประเภทธุรกิจอย่างชัดเจน อีกทั้ง บริษัทแม่ก็มีความคล่องตัวในการมองเพื่อขยายไปยังธุรกิจใหม่ๆ นอกเหนือจาก 5 ธุรกิจดังกล่าวด้วย ซึ่งคาดว่าในเร็วๆ นี้จะได้เห็นภาพที่ชัดเจนของอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจใหม่
สำหรับเคพีเอ็น แลนด์ เป็นบริษัทลูกที่พัฒนาอสังหาฯ หากประเมินจากมูลค่าในปัจจุบันจะคิดเป็นสัดส่วนเกินกว่า 50% ของทั้งเคพีเอ็นกรุ๊ป แต่ในอนาคตคาดว่าแต่ละธุรกิจก็จะมีสัดส่วนที่มากขึ้น โดยเคพีเอ็น แลนด์ จะเน้นพัฒนาคอนโดระดับบีขึ้นไป วางเป้าหมายจะเปิดโครงการใหม่ 2-3 โครงการ/ปี พร้อมกับเปิดโอกาสให้กับอสังหาฯ ประเภทโรงแรมและอาคารสำนักงานด้วย เพื่อเป็นรายได้ระยะยาว ส่วนกลุ่มบ้านแนวราบยังไม่ได้เน้นมากนัก เพราะบริษัทมีความเชี่ยวชาญตลาดใจกลางเมืองเป็นหลัก
“แผนการทำธุรกิจอสังหาฯ ที่ชัดเจน เพื่อผลักดันให้เคพีเอ็น แลนด์ ก้าวเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาฯ อันดับต้นๆ ของตลาด และในอนาคตมีแผนจะนำบริษัทจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์เพื่อเพิ่มศักยภาพในการขยายธุรกิจ”
อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวโครงการใหม่จะต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์เศรษฐกิจและตลาดด้วย โดยแต่ละโครงการที่เปิดตัวจะต้องมียอดขายอย่างน้อย70-80% ในช่วงเปิดตัว ส่วนแผนเบื้องต้นในปีนี้อาจจะมีโครงการเปิดใหม่เพียง 1 โครงการในช่วงปลายปีนี้ เป็นคอนโดทำเลใจกลางเมืองที่บริษัทมีที่ดินอยู่ในมือแล้ว มูลค่าโครงการไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท ราคาขายไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาท/ตารางเมตร (ตร.ม.)
ด้านกลยุทธ์การทำตลาดของเคพีเอ็น แลนด์ จะเน้นทำเลที่มีความต้องการและคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี แต่จะไม่เน้นขายหมดในวันเดียว เพราะต้องการเก็บบางส่วนสักประมาณ 10-20% ไว้ขายช่วงตึกใกล้ก่อสร้างเสร็จเหมือนทุกโครงการที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มลูกค้าหลัก 80% เป็นคนไทย กลุ่มลูกค้าต่างชาติมีเพียง 20% โดยปีนี้จะเน้นการโอนกรรมสิทธิ์ใน 3 โครงการเป็นหลัก ได้แก่ เดอะ แคปปิตอล ราชปรารภ-วิภาวดี เดอะ แคปปิตอล เอกมัย-ทองหล่อ และเดอะ ดิโพลแมท สาทร คาดว่าจะมียอดรับรู้รายได้ปีนี้ 1,600 ล้านบาท
ขณะที่โครงการ เดอะ ดิโพลแมท 39 อยู่ระหว่างก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2561 ราคาเฉลี่ยเริ่มต้นช่วงเปิดตัว 2.8-2.9 แสนบาท/ตร.ม. ส่วนปัจจุบันราคาแตะ 3 แสนบาท/ตร.ม. ซึ่งมีห้องชุดที่รอขายไม่มาก และไม่น่ากังวล เพราะเป็นตลาดที่กำลังซื้อสูง







