
ศูนย์การค้าริมเจ้าพระยารุ่ง ต้องแก้ปัญหาทราฟฟิก
แม้ว่าปัจจุบันการใช้ชีวิตของคนไทยที่อยู่ริมแม่น้ำสายหลักหล่อเลี้ยงประเทศไทยแม่น้ำเจ้าพระยาจะเปลี่ยนไป
โดย...จะเรียม สำรวจ
แม้ว่าปัจจุบันการใช้ชีวิตของคนไทยที่อยู่ริมแม่น้ำสายหลักหล่อเลี้ยงประเทศไทยแม่น้ำเจ้าพระยาจะเปลี่ยนไป แต่ความผูกพันระหว่างแม่น้ำกับวิถีชีวิตของคนไทยยังคงมีอยู่ และดูเหมือนจะมีมูลค่ามากขึ้น เห็นได้จากคอนโดมิเนียมและที่อยู่อาศัยริมแม่น้ำที่ปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นทุกปี เพราะนอกจากคนไทยจะมีความชื่นชอบบรรยากาศริมแม่น้ำแล้ว ในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยก็มีความชื่นชอบบรรยากาศริมแม่น้ำเช่นกัน
จากความชื่นชอบดังกล่าว ส่งผลให้มีโครงการคอนโดมิเนียม โรงแรม และห้างค้าปลีก ศูนย์การค้าใหม่ๆ ทยอยเกิดขึ้นบริเวณริมแม่น้ำ เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายผู้ที่ชื่นชอบบรรยากาศริมแม่น้ำ แต่ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษนับตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป คือ ธุรกิจค้าปลีก เพราะหลังจากกลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าพ่อน้ำเมา ตัดสินใจนำที่ดินจำนวน 72 ไร่ ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างซอยเจริญกรุง 72-76 ซึ่งเดิมเป็นโกดังและโรงเลื่อยเก่า ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 มาพัฒนาเป็นโครงการค้าปลีกแนวราบ ภายใต้ชื่อ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ซึ่งเปิดให้บริการไปเมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ธุรกิจค้าปลีกริมแม่น้ำคึกคักและกลายเป็นเดสติเนชั่นของนักท่องเที่ยว
ความสำเร็จที่ได้รับดังกล่าว ส่งผลให้บริษัท ทีซีซี แลนด์ แอสเสท เวิรด์ มีแผนที่จะพัฒนาโครงการส่วนต่อขยายของโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ในเฟสที่ 2 และเฟสที่ 3 ภายใต้งบลงทุนกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงการในเฟสแรก โดยในส่วนของเฟสที่ 2 จะพัฒนาพื้นที่ในส่วนของร้านอาหารสำหรับครอบครัว และสินค้าแฟชั่น ขณะเฟสที่ 3 จะเป็นการพัฒนาโครงการในส่วนของโรงแรมในย่านถนนเจริญนคร ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโครงการในเฟสที่ 1 และเฟสที่ 2 เพื่อให้โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ มีความครบวงจรมากขึ้น
แต่เนื่องจากโครงการดังกล่าวมีหลายอย่างให้ต้องดำเนินการโดยเฉพาะการยื่นรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีเอไอ) เพราะโครงการเฟสใหม่มีแผนจะสร้างกระเช้าลอยฟ้าข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ประกอบกับปีที่ผ่านมา กลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี มีการปรับโครงสร้างการทำงาน จึงทำให้โครงการดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้า
อย่างไรก็ตาม แม้โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ส่วนต่อขยายยังไม่มีความคืบหน้า แต่มีหนึ่งโครงการน้องใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาของบริษัท สยามพิวรรธน์ ที่เร่งพัฒนาโครงการไอคอนสยามอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พื้นที่ค้าปลีก ซึ่งประกอบไปด้วย ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ศูนย์การค้าไอคอนลักซ์ และห้างสรรพสินค้าทาคาชิมาย่า แล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในปลายปี 2560
ทั้งนี้ จากผลการตอบรับที่ดีหลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้บริษัท สยามพิวรรธน์ ตัดสินใจซื้อที่ดินฝั่งตรงข้ามของโครงการไอคอนสยามฝั่งถนนเจริญนคร จำนวน 5 ไร่ เพื่อนำมาพัฒนาโครงการในเฟสที่ 2 ซึ่งบริษัท สยามพิวรรธน์ ตั้งใจที่จะพัฒนาโครงการในเฟสดังกล่าวเป็นพื้นที่ค้าปลีก โดยในส่วนของโครงการดังกล่าวคาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้หลังจากโครงการในเฟสแรกแล้วเสร็จ และเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติที่จะเข้ามาใช้บริการภายในโครงการไอคอนสยาม บริษัท สยามพิวรรธน์ ได้ตัดสินใจจะลงทุนหลักพันล้านบาท ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีทอง เป็นระยะทาง 2.7 กม. เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเขียวบริเวณสถานีธนบุรี เพื่อขนลูกค้าจากสถานีดังกล่าวมายังโครงการไอคอนสยาม เพื่อให้การเดินทางมีความครบวงจรทั้งทางน้ำ ทางบก และทางรางลอยฟ้า
แม้ว่าผู้ประกอบการทั้งสองโครงการยักษ์ริมแม่น้ำ จะเตรียมความพร้อมด้านการเดินทาง เพื่อสร้างทราฟฟิก แต่ก็มีหลายฝ่ายตั้งคำถามว่า จะมีลูกค้าเข้าไปใช้บริการตรงตามที่คาดการณ์หรือไม่ เนื่องจากทั้งสองโครงการตั้งอยู่ในทำเลที่การจราจรหนาแน่น ประกอบกับที่ผ่านมาโครงการค้าปลีกริมแม่น้ำส่วนใหญ่ยังไม่มีโครงการไหนประสบความสำเร็จเท่าที่ควร
ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า โครงการเอเชียทีคฯ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง และโครงการไอคอนสยาม ซึ่งตั้งอยู่บนถนนเจริญนคร ดูจากทำเลที่ตั้งค่อนข้างลำบาก เนื่องจากมีจุดอ่อนในด้านของการเดินทาง ด้วยเหตุปัจจัยดังกล่าวโครงการเอเชียทีคฯ เลยต้องเพิ่มวิธีการขนส่งลูกค้าโดยทางเรือเพิ่มเติมจากทางถนน ขณะที่โครงการไอคอนสยามก็พยายามที่จะเพิ่มเส้นทางการเดินทางในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีทองขึ้นมา เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังควรหาแม่เหล็กต่างๆ เข้ามาดึงดูดความสนใจของลูกค้า เนื่องจากแนวคิดหลักหรือธีมค้าปลีกริมแม่น้ำ ส่วนใหญ่จะมุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว ไม่ใช่คนที่อยู่อาศัยหรือทำงานในย่านนั้น ดังนั้นโจทย์สำคัญของผู้ประกอบการ คือ จะทำอย่างไรให้คนไทยเข้าไปใช้บริการมากกว่านักท่องเที่ยวต่างชาติ
ด้าน ชลิต ลิมปนะเวช อุปนายกฝ่ายวิชาการ สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากความนิยมของการสัญจรทางแม่น้ำที่กลายเป็นแฟชั่นของเศรษฐีและนักท่องเที่ยว ส่งผลให้ผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกต่างให้ความสนใจเข้าไปลงทุนทำธุรกิจ ล่าสุดก็โครงการไอคอนสยาม แต่จากปัญหาการจราจรที่หนาแน่นของโครงการดังกล่าว ทำให้เจ้าของโครงการต้องแก้ปัญหาด้วยการสร้างรถไฟฟ้าสายสีทอง เพื่อขนลูกค้าจากสถานีธนบุรีมายังโครงการ จากปัญหาดังกล่าวหากไม่สามารถก่อสร้างรถไฟฟ้าได้ โครงการไอคอนสยามอาจจะประสบความสำเร็จได้ยาก







