posttoday
ไทยพาณิชย์ชูโฮจิมินห์ ผู้นำรายได้ซีแอลเอ็มวี

ไทยพาณิชย์ชูโฮจิมินห์ ผู้นำรายได้ซีแอลเอ็มวี

19 พฤษภาคม 2559

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงศ์

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงศ์

ธนาคารไทยพาณิชย์ เตรียมใช้สาขาโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เป็นตัวหลักในการสร้างรายได้ต่างประเทศของกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เวียดนาม เมียนมา) เนื่องจากเศรษฐกิจของเวียดนามมีขนาดใหญ่ เทียบกับลาวที่ขนาดเศรษฐกิจเล็กกว่า กัมพูชาที่มีเศรษฐกิจระดับกลาง และเมียนมาที่ยังต้องใช้เวลาในการพัฒนาเศรษฐกิจ

วิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ธนาคารให้ความสำคัญกับสาขาโฮจิมินห์ในเวียดนามอย่างมาก เพราะเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของธุรกิจต่างประเทศที่มุ่งเน้นขยายเครือข่ายกลุ่มซีแอลเอ็มวี เนื่องจากเวียดนามเป็นตลาดใหญ่มีประชากรกว่า 90 ล้านคน เศรษฐกิจขยายตัวสูงถึง 6.67% เมื่อปีที่แล้ว ส่งผลให้ขณะนี้เวียดนามสามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศอย่างมาก ซึ่งหมายถึงโอกาสทางธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ด้วย

สำหรับทิศทางการดำเนินงาน ธนาคารจะเริ่มธุรกิจในกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ของไทยก่อนเป็นอันดับแรก รวมทั้งให้บริการลูกค้าจีนและญี่ปุ่นที่ต้องการขยายธุรกิจในซีแอลเอ็มวี จากนั้นจะขยายไปยังลูกค้าธุรกิจเวียดนามที่มีการค้าการลงทุนเชื่อมโยงกับไทย (Thai link) และหาโอกาสขยายตลาดให้เอสเอ็มอีไทยผ่านผู้กระจายสินค้าในเวียดนาม

ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจากธุรกิจไทยที่เข้ามาลงทุนเวียดนามให้ได้ 25% ภายในปี 2561 และเพิ่มปริมาณการค้าการลงทุนระหว่างไทยและเวียดนามให้ได้ 10% ภายในปี 2563 ขณะที่สินเชื่อยังไม่ได้ตั้งเป้าในปีแรก แต่ปกติสินเชื่อธนาคารจะเติบโตราว 2 เท่าของจีดีพี เช่น จีดีพีโต 7-8% สินเชื่อจะโต 15%

นอกจากนี้ ในอนาคตยังมองหาลู่ทางเจาะตลาดลูกค้ารายย่อยผ่านดิจิทัลแบงก์กิ้งหรือฟินเทค แก้ปัญหาข้อจำกัดเรื่องจำนวนสาขาเพื่อให้บริการรายย่อย โดยหวังว่าการพัฒนาบริการฟินเทคของ บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จะมีเทคโนโลยีที่นำมาใช้ยังต่างประเทศได้

ศรัณยา สกลธนารักษ์ ผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์ สาขานครโฮจิมินห์ กล่าวว่า ภารกิจสำคัญ คือ การบริหารหนี้เสียที่รับโอนมาจากธนาคารวีนาสยาม ที่มีประมาณ 20 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 700 ล้านบาท) คิดเป็น 40% ของพอร์ตสินเชื่อรวม 45 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,575 ล้านบาท) ซึ่งเชื่อว่าจะลดสัดส่วนหนี้เสียลงได้ใกล้เคียงกับระบบธนาคารพาณิชย์ของเวียดนาม ที่มีเฉลี่ยราว 6-7% ด้วยการขยายสินเชื่อเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม เอ็นพีแอลส่วนใหญ่มีหลักประกันคุ้มค่า โดยวิธีการจัดการมีทั้งกระบวนการฟ้องร้อง การขายทอดตลาด รวมทั้งธนาคารได้ตั้งสำรองเอ็นพีแอลครบถ้วนหมดแล้ว และสัดส่วนเกิน 100% ด้วย โดยเอ็นพีแอลจากวีนาสยามส่วนใหญ่เป็นกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีในเวียดนาม

“เอ็นพีแอลเหล่านี้มาจากช่วงที่เวียดนามมีปัญหาเศรษฐกิจ และมีการเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อประกอบกับธนาคารร่วมทุนไม่ได้รับอนุญาตให้ขายหนี้เสียให้กับบริษัทบริหารสินทรัพย์ (เอเอ็มซี) ทำให้หนี้เสียมีสัดส่วนสูง แต่เมื่อดูปริมาณมีเพียง 20 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น” ศรัณยา กล่าว

ขณะที่เมื่อจัดตั้งสาขา ระบบ และรับโอนสินทรัพย์ทั้งหมดแล้วเสร็จ จะมีการเพิ่มทุนอีกประมาณ 25 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ธนาคารจะมีเงินกองทุน 70 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งพร้อมที่จะสร้างธุรกิจใหม่ และเสริมศักยภาพปล่อยสินเชื่อรายใหญ่ขยายเพดาน (ซิงเกิ้ล เลนดิ้ง ลิมิต) เป็น 10 ล้านเหรียญสหรัฐ/ราย และ 17.5 ล้านเหรียญสหรัฐ/เครือบริษัท แต่หากลูกค้าไทยต้องการวงเงินที่สูงกว่าเพดาน สามารถใช้ความช่วยเหลือจากธนาคารแม่ในประเทศไทยได้

สำหรับการปล่อยสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ในเวียดนาม เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา สินเชื่อเติบโต 4.02% เทียบกับสิ้นปีที่แล้ว แต่การปล่อยกู้รูปเงินเหรียญสหรัฐติดลบ เพราะมีเงื่อนไขที่ผู้ขอกู้ต้องมีรายได้ หรือธุรกรรมเป็นเงินเหรียญสหรัฐรองรับด้วย โดยธนาคารกลางเวียดนาม ตั้งเป้าสินเชื่อปีนี้โต 18-20% ส่วนเอ็นพีแอลทั้งระบบเวียดนาม อยู่ที่ 2.55% ผลจากการขายหนี้เสียส่วนหนึ่งให้เอเอ็มซี

สำหรับธนาคารไทยพาณิชย์ สาขานครโฮจิมินห์ นับเป็นธนาคารพาณิชย์ไทยแห่งที่ 2 ที่มีสาขาในเวียดนาม ได้รับใบอนุญาตดำเนินธุรกิจ 99 ปี ให้บริการธุรกรรมทางการเงินเต็มรูปแบบ ทั้ง เงินฝาก สินเชื่อ การค้าต่างประเทศ เงินโอน และแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับกฎระเบียบ และข้อมูลการดำเนินธุรกิจ มีพนักงานสาขา 40 คน สำนักงานสาขามีพื้นที่ 785 ตารางเมตร ตั้งอยู่ที่อาคาร Kumho Asiana Plaza ในย่านธุรกิจใจกลางนครโฮจิมินห์

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน