posttoday
นักลงทุนทยอยสะสมเงินดอลลาร์ รอรับประชุมเฟดเดือนมิถุนายน

นักลงทุนทยอยสะสมเงินดอลลาร์ รอรับประชุมเฟดเดือนมิถุนายน

16 พฤษภาคม 2559

สายงานธุรกิจตลาดทุนธนาคารกสิกรไทยมองว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 35.30-35.60 สัปดาห์นี้เงินเหรียญสหรัฐกลับมาอยู่ในทิศทางแข็งค่าขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในสัปดาห์ก่อน แม้ว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเมื่อต้นเดือน พ.ค. จะทำให้ตลาดผิดหวังมากก็ตาม โดยมีจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียง 1.6 แสนตำแหน่งเท่านั้น น้อยมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยที่มักสูงกว่า 2 แสนตำแหน่ง เราจึงมองว่านักลงทุนที่มองว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ยเดือน มิ.ย. เริ่มกลับมาสะสมเงินเหรียญสหรัฐอีกครั้งแล้ว แต่การแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐน่าจะเป็นไปแบบช้าๆ เนื่องจากความไม่แน่นอนยังมีอีกมาก และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่มีทีท่าว่าจะปรับดีขึ้นชัดเจน จึงอาจเอื้อให้นักลงทุนถือสินทรัพย์เสี่ยงและค่าเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่ได้อีกพัก

สายงานธุรกิจตลาดทุนธนาคารกสิกรไทยมองว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 35.30-35.60 สัปดาห์นี้เงินเหรียญสหรัฐกลับมาอยู่ในทิศทางแข็งค่าขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในสัปดาห์ก่อน แม้ว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเมื่อต้นเดือน พ.ค. จะทำให้ตลาดผิดหวังมากก็ตาม โดยมีจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียง 1.6 แสนตำแหน่งเท่านั้น น้อยมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยที่มักสูงกว่า 2 แสนตำแหน่ง เราจึงมองว่านักลงทุนที่มองว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ยเดือน มิ.ย. เริ่มกลับมาสะสมเงินเหรียญสหรัฐอีกครั้งแล้ว แต่การแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐน่าจะเป็นไปแบบช้าๆ เนื่องจากความไม่แน่นอน
ยังมีอีกมาก และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่มีทีท่าว่าจะปรับดีขึ้นชัดเจน จึงอาจเอื้อให้นักลงทุนถือสินทรัพย์เสี่ยงและค่าเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่ได้อีกพัก

ปัจจัยที่จะขับเคลื่อนค่าเงินในสัปดาห์นี้ คือ บันทึกการประชุมของเฟดเมื่อวันที่ 26-27 เม.ย. ซึ่งเรามองว่าเฟดพูดถึงความเป็นไปได้ที่จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย. แต่จะกล่าวถึงความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อและเศรษฐกิจโลกเช่นกันเพื่อเปิดทางให้ตัวเองรอดูตัวเลขเศรษฐกิจมากกว่านี้ ก่อนที่จะผูกมัดช่วงเวลาที่จะขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 2 นอกจากนี้ เงินบาทอาจอ่อนค่ามากกว่าสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค เนื่องจากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นจะเริ่มจ่ายเงินปันผลให้นักลงทุน ซึ่งปีนี้ปริมาณเม็ดเงินที่จะจ่ายให้นักลงทุนต่างชาติในเดือน พ.ค.สูงกว่าปีก่อน รวมทั้งจะมีการประกาศตัวเลขจีดีพีไตรมาสแรกของไทยในวันจันทร์อีกด้วย ซึ่งเราคาดว่าจีดีพีจะขยายตัวได้ต่ำเท่ากับไตรมาสก่อนที่ 2.8% เท่านั้น

เงินบาทเปิดตลาดที่ 35.13 และอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วตลอดสัปดาห์ก่อน โดยนักลงทุนเริ่มหันมาทยอยซื้อเงินเหรียญสหรัฐอีกครั้ง หลังจากประธานเฟดหลายท่านออกมากล่าวสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย. ทำให้สกุลเงินเอเชียอ่อนค่าลง 0.0-0.6% แต่เงินบาทกลับอ่อนค่าลงมากที่สุดในสัปดาห์นี้ (0.6%) เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่งสัญญาณว่าการแข็งค่าของเงินบาทส่งผลเสียต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ทำให้นักลงทุนไม่กล้าซื้อเงินเหรียญสหรัฐเพื่อเก็งกำไรมากนัก เพราะกลัวว่า ธปท.จะเข้าแทรกแซงค่าเงินอีก ซึ่งนับตั้งแต่ต้นปี 2016 ธปท. เข้ามาแทรกแซงค่าเงินมากที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศหลักในเอเชียอื่นๆ โดยจากการวิเคราะห์ของเรา พบว่า ธปท.เข้าซื้อเงินเหรียญสหรัฐกว่า 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วง 4 เดือนแรกของปี สะท้อนว่า ธปท.ไม่อยากลดดอกเบี้ย แต่อยากรักษาเงินบาทให้อ่อนค่าเพื่อช่วยพยุงผู้ส่งออก การอ่อนค่าของเงินบาททำให้นักลงทุนต่างชาติเทขายพันธบัตรมากถึง 4,800 ล้านบาทในสัปดาห์นี้ เนื่องจากขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่นักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อหุ้นปริมาณ 4,100 ล้านบาท เพื่อเก็งกำไรเงินปันผล เงินบาทอ่อนค่าลงมาที่ระดับต่ำที่สุดในรอบ 1 เดือนที่ 35.40 (ณ วันศุกร์ เวลา 17.00 น.)

เงินเยนเปิดตลาดที่ 107.13 และอ่อนค่าลงตามสกุลเงินเอเชียเช่นกัน โดยเงินเยนอ่อนค่าลงแรงถึง 0.76% ในสัปดาห์นี้ หลังจากที่รัฐมนตรีคลังของญี่ปุ่น กล่าวว่า ญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนหากเงินเยนแข็งค่าไปที่ 90-95 เยน/เหรียญสหรัฐ และบันทึกการประชุมของญี่ปุ่นยังเผยว่าผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) พร้อมที่จะเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหากจำเป็น แต่คำกล่าวของ BOJ ดูจะส่งผลต่อตลาดเพียงเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนเริ่มมองว่า BOJ ไม่เหลือกระสุนที่จะเข้ากระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว เราจึงมองว่าเงินเยนจะไม่อ่อนค่าลงมาก โดยแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 110.50 ซึ่งเป็นระดับค่าเฉลี่ย 50 วัน เงินเยนปิดตลาดที่ 108.87

เงินยูโรเปิดตลาดที่ 1.1402 และซื้อขายในกรอบแคบระหว่าง 1.1359-1.1447 เงินยูโรไม่อ่อนค่าลงเหมือนสกุลเงินอื่นๆ มากนัก เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นและพันธบัตรรัฐบาลในยุโรปต่อเนื่อง หลังจากที่กรีซและประเทศในยุโรปบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการปล่อยหนี้ก้อนใหม่ให้กรีซได้สำเร็จ นักลงทุนจึงคลายความกังวลลงมาก สะท้อนจากอัตราดอกเบี้ยพันธบัตร 10 ปีของกรีซที่ลดลงถึง 3.50% หลังจากพุ่งขึ้นไปแตะ 11% เมื่อกลางเดือน ก.พ. ที่มีการเริ่มเจรจา แต่หลังจากตัวเลขราคาสินค้านำเข้าของสหรัฐในเดือน เม.ย. ปรับขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน ทำให้นักลงทุนมองว่าแรงกดดันเงินเฟ้อของสหรัฐเริ่มกลับมาแล้ว และอาจเปิดทางให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยได้เร็วๆ นี้ เงินยูโรจึงปิดตลาดที่ 1.1343

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน