
พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมล วาดฝันปั้นธุรกิจความงามบุกจีน
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
หลายคนที่ครอบครัวมีธุรกิจอยู่แล้ว มักมีความคิดอยากเป็นผู้สร้างธุรกิจด้วยมือของตัวเอง ไม่อยากเป็นเพียงผู้สืบทอดธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาจากรุ่นพ่อแม่ จึงไม่แปลกที่จะเห็นผู้สืบทอดธุรกิจหลายคนตัดสินใจไปทำธุรกิจของตัวเองก่อนไปช่วยสืบทอดธุรกิจ หรือลงมือทำธุรกิจตัวเองพร้อมกับสืบทอดธบุญจิตต์พิมล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไวทัลโกร คอสเมด เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ครอบครัวมีธุรกิจอยู่แล้วคือโรงพยาบาลนวมินทร์ 1 โรงพยาบาลนวมินทร์ 3 โรงพยาบาลนวมินทร์ 9 และธุรกิจปลีกย่อยหลายอย่าง ซึ่งพิมพ์ขวัญเลือกเดินหน้าธุรกิจของตัวเองไปพร้อมกับการเป็นส่วนหนึ่งช่วยดูแลธุรกิจครอบครัว
พิมพ์ขวัญ กล่าวว่า ระหว่างศึกษาปริญญาโท ก็เริ่มมาเรียนรู้การทำงานจากคุณพ่อที่โรงพยาบาลแล้ว เพื่อดูวิธีทำงานของคุณพ่อทั้งด้านการบริหารจัดการโรงพยาบาลและการติดต่อร่วมประชุมกับโรงพยาบาลอื่นๆ และหลังจากนั้นได้เรียนต่อปริญญาเอก ก่อนเรียนจบก็เริ่มต้นธุรกิจไว้รอ ซึ่งก็คือก่อตั้งบริษัท ไวทัลโกร คอสเมด ดำเนินธุรกิจศูนย์ให้บริการด้านสุขภาพและความงาม “ไวทัล โกร” ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ของโรงพยาบาลนวมินทร์ 9 ควบคู่กับผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริม สุขภาพ และความงาม โดยเริ่มทำธุรกิจเต็มตัวตั้งแต่เดือน ม.ค. 2559
“ศูนย์ให้บริการด้านสุขภาพและความงาม เป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้เฉพาะทั้งแพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ และอีกหลายหน้าที่ บุคลากรเหล่านี้มีมุมมองความคิดของตัวเองสูง ต้องมีวิธีประสานงานด้วยเพื่อให้ทำงานร่วมกันได้ดี เทคนิคเหล่านี้ได้จากการสังเกต ฟัง และเรียนรู้จากคุณพ่อซึ่งเป็นแพทย์ เวลาต้องประชุมกับบุคลากรการแพทย์ด้วยกัน ส่วนเรื่องบัญชีเป็นอีกเรื่องสำคัญของธุรกิจ ก็เรียนรู้จากคุณพ่อว่า ตัวเลขไหนต้องดูลำดับต้นๆ ดูแล้วอะไรคือคำถามที่ต้องหาคำตอบ เพราะธุรกิจมีรายละเอียดหลายอย่าง เราไม่มีเวลาดูรายละเอียดทุกอย่างพร้อมกัน ต้องเลือกดูที่สำคัญก่อน”
สำหรับศูนย์ไวทัล โกร ลงทุนไป 20 ล้านบาท ซึ่ง 1 เดือนก็คืนทุน จึงไปจับมือพันธมิตรเตรียมเปิดศูนย์ให้บริการด้านสุขภาพและความงามครบวงจรใจกลางเมืองย่านสุขุมวิท อาจเป็นซอยนานา ทองหล่อ หรือเอกมัย ซึ่งจะได้เห็นความชัดเจน 2 เดือนจากนี้ ศูนย์นี้เปิดขึ้นรองรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (เมดิคัล ทัวริซึ่ม) เต็มรูปแบบ โดยนำเทคโนโลยีใหม่ทางการแพทย์มาใช้
ขณะเดียวกันทันทีที่เปิดศูนย์สุขภาพและความงามใจกลางเมือง จะเดินหน้าทำตลาดศูนย์ไวทัล โกร มากขึ้น วางแผนว่าจะทำแพ็กเกจใช้บริการที่ศูนย์พร้อมพักโรงแรมคาแนล ซึ่งเป็นของครอบครัว ตั้งอยู่ใกล้โรงพยาบาลนวมินทร์ 9 รวมทั้งจัดรถรับส่งผู้ใช้บริการระหว่างสนามบินและศูนย์เจาะกลุ่มชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากต่างประเทศเพื่อใช้บริการ
พิมพ์ขวัญ กล่าวว่า ศูนย์ไวทัล โกร ปัจจุบันมีสัดส่วนลูกค้าคนไทย 50% ต่างชาติ 50% โดยคนไทยกลุ่มใหญ่เป็นคนดัง นักแสดง เน็ตไอดอล ที่ต้องการเสริมความงามแบบมีความเป็นส่วนตัว รวมทั้งกลุ่มคนทั่วไปที่อาศัยย่านมีนบุรี ส่วนลูกค้าต่างชาติ กลุ่มใหญ่คือคนจีน คนจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจากภูมิภาคตะวันออกกลาง อนาคตคงให้ความสำคัญขยายตลาดคนจีนมาใช้บริการมากขึ้น เพราะเป็นกลุ่มกำลังซื้อสูง
“ที่ผ่านมาคนจีนนิยมมาเสริมความงาม ดูแลสุขภาพในไทย เพราะเชื่อมั่นการแพทย์ไทย อีกทั้งบริการลักษณะนี้ในจีนยังน้อย เพราะติดขัดข้อกฎหมาย และขาดแคลนบุคลากรที่เชี่ยวชาญ หากไวทัล โกร เจาะตลาดจีนได้ดี และศึกษาภาษา รวมทั้งข้อกฎหมายดีแล้ว อนาคตก็เป็นไปได้ที่จะไปขยายศูนย์สุขภาพและความงามไวทัล โกร ในจีน”
ด้านการผลิตและจำหน่ายอาหารเสริม สุขภาพ และความงาม ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ 3 รายการ ได้แก่ 1.ดิ ออร่า พาวเวอร์ อิมัลชั่น ไบรท์เทนนิ่ง บูสเตอร์ คอมเพล็กซ์ เฟเชียล ครีม ซึ่งเป็นครีมบำรุงผิวหน้า 2.ไอลี่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อผิวขาวเนียนใสและปกป้องแสงแดด 3.ไวทัล โกลว์-ไมโคร คอลลาเจน เซรั่ม ที่ผ่านมาได้เจรจาพันธมิตรเพื่อนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้เข้าไปทำตลาดในประเทศจีนแล้ว คาดว่าเริ่มวางจำหน่ายในจีนได้ 1 เดือนข้างหน้า
ปัจจุบันได้นำผลิตภัณฑ์จำหน่ายในคิงเพาเวอร์ สนามบินสุวรรณภูมิ รวมทั้งติดต่อบริษัทนำเที่ยวที่ทำตลาดคนจีนเที่ยวไทย เพื่อนำไปจำหน่ายคนจีนแล้ว ขณะที่ภายในปีนี้จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่อีก 3 รายการ โดย 2 รายการเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้บริษัท ไวทัลโกร คอสเมด อีก 1 รายการเป็นอาหารเสริมสำหรับคุณแม่ ออกโดยโรงพยาบาลนวมินทร์ 9
ทั้งนี้ แม้ปัจจุบันจะดูแลธุรกิจไวทัล โกร เป็นหลัก แต่ก็ช่วยคุณพ่อดูแลธุรกิจโรงพยาบาลด้วย โดยคุณพ่อยังเป็นผู้บริหารหลัก ซึ่งขณะนี้โรงพยาบาลมีโครงการใหม่ทำศูนย์ให้บริการผู้สูงอายุโดยเฉพาะข้างๆ โรงพยาบาลนวมินทร์ 9 โดยอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้าง และภายในปีนี้โรงพยาบาลมีแผนทำธุรกิจสุขภาพในเมียนมาด้วย แต่ไม่ใช่การไปเปิดโรงพยาบาล
พิมพ์ขวัญ กล่าวว่า โดยส่วนตัวมีความชอบหลายด้าน รู้สึกว่าต้องทดลองทำทุกอย่างที่ชอบเพื่อเลือกว่าควรทำอะไร สิ่งที่ชอบมีทั้งวงการบันเทิง การตลาด ความงาม ซึ่งปี 2548 ก็ไปประกวดเวทีมิสทีนไทยแลนด์ ได้ตำแหน่งรองอันดับ 2 จากนั้นลองงานในวงการบันเทิงหลายอย่าง แล้วไปทดลองงานอื่นๆ ที่สนใจ เพื่อเลือกว่าอะไรคือสิ่งที่เราเก่งที่สุด เพราะเชื่อว่าหากเราเลือกทำในสิ่งที่เก่งที่สุดและรักที่สุดจะไปได้ไกล
“อยากเป็นเจเนอเรชั่น 1 ในธุรกิจของตัวเองให้แข็งแรงก่อนไปเป็นเจเนอเรชั่น 2 สานต่องานโรงพยาบาลของคุณพ่อเต็มตัว ตั้งเป้าไว้ว่าอนาคตจะนำธุรกิจของตัวเองจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ให้ได้”
สำหรับเทคนิคการสร้างธุรกิจของพิมพ์ขวัญคือ ก่อนตัดสินใจลงทุนก็มองทั้งแบบดีที่สุดไปจนถึงมองลบที่สุดเพื่อคิดแผนรองรับ เพราะเชื่อว่าบนโลกนี้ไม่มีปัญหาอะไรใหญ่เกินแก้ แต่ต้องตั้งสติกลับมาให้เร็วที่สุด เราต้องทำแผน 2-3 ไว้รองรับเรื่องแย่ๆ ล่วงหน้า ถ้าทำดีที่สุดแล้วยังแย่จริงๆ ก็มองเป็นบทเรียน ครั้งต่อไปจะได้มีภูมิคุ้มกัน
“อยากฝากถึงคนรุ่นใหม่ที่อยากมีธุรกิจเองว่า เมื่อเราเห็นคนอื่นทำอะไรแล้วประสบความสำเร็จก็อยากทำตามไม่ใช่เรื่องแปลก แต่กว่าจะเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จได้ต้องทำการบ้านมากๆ ศึกษาให้ดีและรอบคอบก่อน คิดทั้งมุมที่โลกสวยและไม่สวยเพื่อวางแผนรองรับได้ดี และการลงทุนไม่ควรทุ่มหมดตัวแต่แบ่งเงินไว้ค่อยๆ ลงทุน อีกสิ่งสำคัญคือพยายามมองเรื่องจุดคุ้มทุนต้องทำให้ได้เร็วที่สุด เพราะยิ่งคุ้มทุนช้าหมายความว่าโตได้ช้า”
พิมพ์ขวัญ ทิ้งท้ายอีกว่า มักบอกลูกน้องเสมอว่า บริษัทเหมือนเป็นสนามให้ทุกคนลองของ หากคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่เป็นธุรกิจของคุณแล้วทำให้ดีที่สุด ทำเต็มที่ วันหนึ่งอยากลาออกไปทำธุรกิจเองก็ยินดีและเต็มใจไปเป็นพันธมิตรธุรกิจด้วย
เห็นแนวคิดผู้หญิงคนนี้แล้ว หนทางข้างหน้าสดใสแน่นอน







