
ไทยปรับทัพแก้ปัญหาไอยูยู
ครม.เห็นชอบร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมประมง เพิ่มกำลังคนหลังแก้ไขปัญหาไอยูยูไม่คืบ
ครม.เห็นชอบร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมประมง เพิ่มกำลังคนหลังแก้ไขปัญหาไอยูยูไม่คืบ
แหล่งข่าวจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. วันที่ 10 พ.ค. มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์แบ่งส่วนราชการกรมประมง พ.ศ. ...ตามที่ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เสนอ ขณะที่ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว
ทั้งนี้ สาเหตุที่ ครม.เห็นชอบร่างกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว เนื่องจากในวันที่ 17-19 พ.ค.นี้ คณะผู้แทนไทยจะต้องเข้ารายงานความก้าวหน้าในการปรับโครงสร้างและเพิ่มอัตรากำลังบุคลากร เพื่อรองรับการแก้ไขปัญหา การทำประมงที่ผิดกฎหมาย (ไอยูยู) ต่อคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป โดยเฉพาะผลการปรับโครงสร้างและการเพิ่มอัตรากำลังคน หลังจากเมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา ครม.มีมติเห็นชอบเพิ่มอัตรากำลังคน 221 อัตรา ในการแก้ปัญหาไอยูยูตามแผนบริหารจัดการประมงทะเลและข้อเสนอแนะของสหภาพยุโรป
"สาเหตุที่ต้องเสนอให้ ครม.เห็นชอบกฎกระทรวงนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าไทยเป็นประเทศที่ให้ความร่วมมือในการแก้ไข ไอยูยู ไม่เช่นนั้นอียูอาจประกาศให้ไทยเป็นประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือและกระทบต่อการ ส่งออกสินค้าประมงปีละกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท" แหล่งข่าวเปิดเผย
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวจัดทำเพื่อรองรับภารกิจให้สอดคล้องกับ พ.ร.ก.การประมง 2558 โดยมีการกำหนดลักษณะงานเป็นกลุ่มภารกิจ 1.มีการเน้นงานวิจัยในแต่ละสาขา เพื่อบูรณาการองค์ความรู้เทคโนโลยีการเพาะพันธุ์เลี้ยงสัตว์น้ำให้มีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มผลผลิตในอนาคต 2.การเพิ่มบทบาทในภารกิจเกี่ยวกับการจัดทำระเบียบการทำประมง ในแนวทางอนุรักษ์และบริหารจัดการแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ
3.กลุ่มควบคุม เฝ้าระวัง ติดตาม ตรวจสอบการทำการประมงและการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันยับยั้งการกระทำที่ผิดกฎหมาย 4.การกำกับดูแล ติตตาม การเข้าออกของเรือประมงไทย การเข้าเทียบท่าเรือของเรือประมงต่างประเทศ การดำเนินการของท่าเทียบเรือ การบันทึกข้อมูลซื้อขายสัตว์น้ำ หนังสือกำกับการขนถ่ายสัตว์น้ำ รวมทั้งข้อมูลสัตว์น้ำที่ขึ้นเทียบท่า 5.การพัฒนาระบบสืบค้น และ 6.การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน







