เอไอเอสส่งโวลเต้ จุดพลุ4จีเครื่อง2พันบาท
เอไอเอสได้เวลาเปิดเกมรุกตลาด 4จี หลังปล่อยแพ็กเกจออกมากระตุ้นตลาดผู้ใช้บริการเครือข่าย
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
ได้เวลาเปิดเกมรุกตลาด 4จี สักที หลังปล่อยแพ็กเกจออกมากระตุ้นตลาดผู้ใช้บริการเครือข่ายมาสักพัก โดยในไตรมาส 2 ของปีนี้ เอไอเอสมั่นใจว่าจะยังรักษาแชมป์สมาร์ทโฟนในเซ็กเมนต์ที่เป็นยี่ห้อของผู้ให้บริการหรือเฮาส์แบรนด์ได้ต่อเนื่อง หลังบริษัทวิจัยชื่อดัง จีเอฟเค ระบุส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มโทรศัพท์ระดับราคา 2,000-3,000 บาท ของซูเปอร์คอมโบมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 42% เรียกได้ว่าครองตลาดเกือบครึ่งเลยทีเดียว
ฐิติพงศ์ เขียวไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาดและการขาย บริษัท แอ็ดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า การเปิดตัวเครื่องรุ่นใหม่ราคาจับต้องได้บนเทคโนโลยีล่าสุด คือ โวลเต้ (VoLTE) ที่จะมีให้ใช้งานกันบนเครื่องระดับไฮเอนด์นั้น ถือว่าเป็นโอกาสใหม่ที่ยังไม่มีประเทศใดเคยทำมาก่อน
“เรายังไม่เคยเห็นประเทศใดนำโวลเต้ไปใส่ในเครื่องราคาต่ำกว่า 3,000 บาทแบบนี้มาก่อน เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างใหม่ จะมีการใช้งานในรุ่นไฮเอนด์ของแบรนด์ดังๆ ซึ่งคุณสมบัติโวลเต้ คือ คุณภาพเสียงชัดเจนกว่าการโทรแบบปกติ ลดเสียงรบกวนและโทรติดเร็ว เชื่อว่าแคมเปญนี้จะเร่งความต้องการให้คนทุกกลุ่มใช้งาน 4จี มากขึ้น และได้ตั้งเป้ายอดขายเดือนละ 3 แสนเครื่อง ซึ่ง 80% มองว่าเป็นกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัด” ฐิติพงศ์ กล่าว
ทั้งนี้ เอไอเอสติดตั้งเครือข่าย 4จี ได้ครบ 77 จังหวัดไปแล้วเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ขั้นต่อไปคือ ต้องกระตุ้นให้เกิดการใช้งานเครือข่าย ไม่อย่างนั้นจะเสียโอกาส เมื่อไตรมาส 4 ที่ผ่านมาเอไอเอสมีมือถือที่รองรับ 4จี ในระบบแล้วกว่า 6 ล้านเลขหมาย
“การนับลูกค้าใช้งานระบบ 4จี มีหลายรูปแบบ หากนับแต่เครือข่าย 4จี ลูกค้าเอไอเอสเพิ่มขึ้นมา 1.8 ล้านเลขหมาย/ไตรมาส แต่เครื่องที่รองรับหรือจับสัญญาณได้ยังไม่ใช่ทั้งหมด รวมทั้ง 4จี ไม่สามารถโทรผ่านเครือข่ายได้ เราจึงต้องนำสองเรื่องนี้มารวมกัน คือ เครื่องที่ตลาดจับต้องได้และเครือข่ายต้องครอบคลุมการใช้งาน ซึ่งถ้าราคาเครื่องยังเป็นระดับไฮเอนด์ คือแตะ 2 หมื่นบาท คงไม่สามารถทำตลาดได้ตามที่ต้องการ”
บริษัทวิจัยจีเอฟเคได้สำรวจยอดขายสมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่า 2,000 บาท พบว่าซูเปอร์คอมโบมียอดขายเป็นอันดับหนึ่ง และมีส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มราคาเครื่องต่ำกว่า 3,000 บาท ถึง 42% ทำให้การนำเครื่องรุ่นใหม่เข้ามาจะช่วยเสริมทัพตลาดสมาร์ทโฟนแบรนด์ซูเปอร์คอมโบมีการเติบโตมากขึ้นกว่าเดิม
“หากสามารถทำยอดขายเครื่องไตรมาสละ 1.8 ล้านเครื่องตามที่วางไว้ การตั้งเป้าลูกค้า 4จี สิ้นปีไว้ที่ 10 ล้านราย คงไม่ใช่เรื่องยาก เพราะตลาดต่างจังหวัดที่กำลังต้องการเปลี่ยนเครื่องมีจำนวนมากกว่าคนกรุงเทพฯ ดังนั้นการวางขายในราคาเริ่มต้นเครื่องละไม่ถึง 2,000 บาท ถือว่าช่วยในเรื่องของกำลังซื้อที่ชะลอตัวตั้งแต่ต้นปีให้ดีขึ้น”
อย่างไรก็ตาม เครื่องที่จะวางขายในวันที่ 11 พ.ค.ที่จะถึงนี้ มี 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น Lava 4G VoLTE 560 ราคา 1,990 บาท พร้อมแพ็กเกจ 1,950 บาท รุ่น Lava 4G VoLTE 755 ราคา 2,990 บาท พร้อมแพ็กเกจ 3,000 บาท (โทรฟรี+เน็ตฟรี) รุ่น Lava 4G VoLTE 870 ราคา 3,590 บาท พร้อมแพ็กเกจ 3,650 บาท (โทรฟรี+เน็ตฟรี)


