posttoday
พฤษภาคม พบเพื่อจาก

พฤษภาคม พบเพื่อจาก

09 พฤษภาคม 2559

โดย...บล.กสิกรไทย

โดย...บล.กสิกรไทย

เข้าสู่เดือน พ.ค. มารอดูกันว่าจะเกิดปรากฏการณ์ Sell in May and Go Away หรือไม่ ซึ่งการปรากฏการณ์ดังกล่าว มักจะทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกมีการปรับฐานในช่วงเดือน พ.ค. สาเหตุหลักใหญ่ๆ คือ ผู้จัดการกองทุนมักจะทำการขายหุ้นลดความเสี่ยงก่อนที่จะลาพักร้อนในช่วงเดือน มิ.ย. (เป็นช่วงที่โรงเรียนในต่างประเทศส่วนใหญ่ปิดเทอม)

จากสถิติข้อมูล 6 ปีย้อนหลัง (ตั้งแต่วิกฤตซับไพรม์) จะพบว่าตลาดหุ้นต่างประเทศส่วนใหญ่มักจะปรับลดลงในช่วงเดือน พ.ค.เกือบทุกปี ทั้งตลาดหุ้นยุโรป สหรัฐ ติดลบเฉลี่ย 3.0% และ 2.4% ตามลำดับ เช่นเดียวกับตลาดหุ้นเอเชียโดยเฉพาะตลาดสิงคโปร์ ญี่ปุ่น ไทย เกาหลี ปรับลงกันมากกว่า 2%

ตลาดหุ้นไทยใน 6 ปีที่ผ่านมา เดือน พ.ค.เป็นเดือนที่ให้ผลตอบแทนแย่ที่สุดเป็นผลจากการขายทำกำไรของนักลงทุนต่างประเทศ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการจ่ายเงินปันผล โดยในเดือน พ.ค. 2559 จะมีการจ่ายปันผลเป็นเงินสดรวมกว่า 1.39 แสนล้านบาท  (มาจากที่ขึ้นเครื่องหมาย XD ไปในเดือน มี.ค.จำนวน 3.4 หมื่นล้านบาท เดือน เม.ย.จำนวน 7.3 แสนล้านบาท และเดือน พ.ค.จำนวน 3.1 หมื่นล้านบาท) ส่วนที่จะต้องจ่ายให้กับนักลงทุนต่างประเทศคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท อาจมีบ้างไหลออกนอกประเทศ กดดันค่าเงินบาท

สถิติ 6 ปีที่ผ่านมา SET Index จะให้ผลตอบแทนเฉลี่ย -2.47% (ปรับร่วง 5 จากใน 6 ปี) โดยนักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิทุกปี (ขายสุทธิ 5 จากใน 6 ปี) เฉลี่ย 2.1 หมื่นล้านบาท กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลดลงด้วยความน่าจะเป็นเกิน 60% วัสดุก่อสร้าง ธนาคาร พลังงาน รับเหมา เหล็ก ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อสังหาริมทรัพย์ เกษตร ปิโตรเคมี ขนส่ง และสื่อสาร

ทั้งนี้ ช่วงครึ่งแรกของเดือน พ.ค.เป็นช่วงที่ภาค Real Sector รายงานงบไตรมาสแรก ปี 2559 เป็นที่คาดหวังว่าผลประกอบการโดยรวมจะดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา (qoq) และช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน (yoy) แม้ว่ากลุ่มธนาคารจะประกาศผลประกอบการออกมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ธนาคารจำนวน 11 แห่งมีกำไรสุทธิไตรมาสแรก ปี 2559 รวม 4.79 หมื่นล้านบาท -8.8% yoy และ +9.6% qoq แต่สำหรับกลุ่มอื่นๆ (ยกเว้นสื่อสาร) น่าจะมีผลประกอบการที่ดีขึ้นต่อเนื่องจากงวดไตรมาส 4 ปี 2559 โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมี ไม่บันทึกขาดทุนจากสินค้าคงคลัง หรือการตัดการด้อยค่าเหมือนไตรมาส 3 ปี 2558  จากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นมาในช่วงไตรมาสแรก ปี 2559 กว่า 50% เห็นได้จากการรายงานงบของ SCC และ PTTEP ออกมามากกว่าที่คาด และดีขึ้นทั้ง qoq และ yoy นอกจากนั้นกลุ่มอุปโภคบริโภคในประเทศทั้งการเงิน ค้าปลีก ฯลฯ ก็น่าจะมีการฟื้นตัวจากการประเมินกำไรของบริษัทที่ฝ่ายวิจัยออกบทวิเคราะห์ พบว่า 60% ของบริษัทที่ KS ทำ Earning Preview จะมีกำไรดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และ 47.3% จะมีกำไรดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว เบื้องต้นคาดว่ากำไรสุทธิรวมไม่น่าจะน้อยกว่า 2 แสนล้านบาท ทรงตัวจากงวดไตรมาส 4 ปี 2557 และไตรมาสแรก ปี 2557 ซึ่งมีกำไร 2.36 และ 2.27 แสนล้านบาท

หากผลประกอบการออกมาเกินกว่า 2.4 แสนล้านบาท จะเรียกความเชื่อมั่นและกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อเพื่อเก็งกำไรการฟื้นตัวของกำไรตลาด ประมาณการกำไรตลาดรวมในปี 2559 จะอยู่ที่ประมาณ 8.4 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นผลรวมจากบริษัทที่ KS ออกบทวิเคราะห์ และ Consensus หากนับเฉพาะที่ KS ออกบทวิเคราะห์ 113 บริษัท จะได้กำไรปี 2559 ที่ 6.53 แสนล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่