posttoday
เปิดโมเดล ‘ไทยแลนด์ 4.0’

เปิดโมเดล ‘ไทยแลนด์ 4.0’

02 พฤษภาคม 2559

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา แนวคิดการขับเคลื่อนประเทศเข้าสู่เศรษฐกิจยุคที่ 4 หรือ “ไทยแลนด์ 4.0” เป็นประเด็นที่ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลหยิบยกมาสื่อสารกับสาธารณะอย่างเข้มข้น โดยได้ระบุเป้าหมายปลายทางของไทยแลนด์ 4.0 คือการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ยุคใหม่ เพื่อถีบตัวเองให้หลุดพ้นจากประเทศที่ติดกับดักรายได้ปานกลาง

“ที่ต้องเรียกว่าไทยแลนด์ 4.0 นั้น เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยได้ผ่านการพัฒนาเศรษฐกิจมาแล้ว 3 โมเดล โมเดลที่ 1 คือ เศรษฐกิจเกษตรกรรม โมเดลที่ 2 คือ เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนจากอุตสาหกรรมเบา และโมเดลที่ 3 ซึ่งเป็นโมเดลปัจจุบัน คือ เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยอุตสาหกรรมหนัก แต่ปรากฏว่าการพัฒนาเศรษฐกิจภายใต้โมเดลนี้ทำให้ประเทศไทยติดกับดักรายได้ปานกลางอย่างชัดเจนมาตั้งแต่หลังปี 2540 เป็นต้นมา สะท้อนได้จากเศรษฐกิจไทยที่โตได้ 3-4% หรือต่ำกว่า เมื่อเทียบกับ 30 กว่าปีก่อนหน้าที่เศรษฐกิจโตได้ 7-8%” สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ ซึ่งได้รับแต่งตั้งจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้รับผิดชอบในการขับเคลื่อนและติดตามเร่งรัดการดำเนินงานตามนโยบายการส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาล กล่าว

สุวิทย์ ระบุว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องหาโมเดลการเติบโตทางเศรษฐกิจใหม่ หรือการไปสู่โมเดลไทยแลนด์ 4.0 ที่จะทำลายกับดักประเทศรายได้ปานกลาง และที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้เริ่มดำเนินการแล้วผ่านการปฏิรูปใน 3 ด้านพร้อมๆ กัน คือ 1.การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ 2.ปรับโครงสร้างการวิจัยและพัฒนา และ 3.โครงสร้างการศึกษา

“ถ้าทำสำเร็จไทยก็จะขยับขึ้นไปเป็นประเทศรายได้สูง แต่ถ้าไม่สำเร็จก็จะยังติดกับดักและกลายเป็นทศวรรษที่ว่างเปล่าสำหรับประเทศ” สุวิทย์ กล่าว

สุวิทย์ อธิบายเพิ่มว่า การขับเคลื่อนโมเดลไทยแลนด์ 4.0 ประเทศไทยนั้น ประเทศไทยต้องเปลี่ยนผ่านฐานเศรษฐกิจจากการผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่การผลิตสินค้านวัตกรรม พัฒนาจากที่ขับเคลื่อนด้วยอุตสาหกรรมไปสู่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และเปลี่ยนจากเศรษฐกิจที่เน้นการผลิตไปสู่เศรษฐกิจที่เน้นบริการ

“ไทยต้องเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง 4 ส่วน คือ 1.จากการเกษตรรูปแบบเดิมไปสู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง 2.จากเอสเอ็มอีแบบเดิมไปสู่ Smart Enterprises หรือสตาร์ทอัพ 3.จากการบริการรูปแบบเดิมไปสู่การบริการมูลค่าสูง และ 4.แรงงานพื้นฐานต้องพัฒนาไปสู่แรงงานที่มีความรู้ โดยอาศัยการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม 5 อุตสาหกรรมที่ไทยมีข้อได้เปรียบในเชิงความหลากหลายเชิงชีวภาพ และความหลากหลายเชิงวัฒนธรรม และการสนับสนุนการลงทุน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือ New S-Curve ซึ่งเป็นกลุ่มไฮเทคจริงๆ ต้องดึงให้ต่างชาติมาลงทุน และดึงทุกส่วนทั้งเอกชน สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัยต่างประเทศและภาครัฐเข้ามาส่งเสริมให้คนไทยทำเอง และผลิตด้วยเทคโนโลยีของคนไทย เพื่อที่จะทำให้คนไทยยืนอยู่ด้วยขาของตัวเอง” สุวิทย์ ระบุ

สุวิทย์ บอกว่า ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้โมเดลไทยแลนด์ 4.0 ผ่านการปรับปรุงแนวนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากเดิมที่เน้นอุตสาหกรรมเป็นหลัก (Industry Based) มาเป็นเน้นที่ศักยภาพเป็นหลัก (Competency Based) ซึ่งสิทธิประโยชน์ที่ให้ไปนั้น ไม่เพียงแต่จะดึงดูดอุตสาหกรรมให้มาลงทุนเท่านั้น แต่ยังดึงดูดคนที่มีศักยภาพให้ได้รับการส่งเสริมด้วย

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีนโยบายส่งเสริมกิจการในท้องถิ่น โดยการสนับสนุนเอกชนรายใหญ่ให้กระจายการลงทุนลงไปในท้องถิ่น หรือเอกชนในท้องถิ่นรวมตัวกันลงทุนในพื้นที่ของตนเอง ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดธุรกิจเพื่อสังคม ซึ่งจะเป็นกลไกทางธุรกิจที่เข้าไปแก้ไขปัญหาสังคมในหลายๆ ด้าน เช่น การเข้าสู่สังคมสูงอายุ การศึกษา

“บีโอไอเองก็ต้องปรับแนวทางส่งเสริมการลงทุน ที่ไม่เพียงการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่ต้องร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ อำนวยความสะดวกและสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุน หรือแม้แต่ทำให้นักลงทุนรู้สึกเหมือนอยู่บ้านตนเอง หรือส่วนไหนที่ตามกฎหมายแล้วบีโอไอให้ไม่ได้ ก็อาจจะต้องหารือคลังในการเข้ามาให้สิทธิประโยชน์ ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อตอบโจทย์ให้เศรษฐกิจเติบโตจากภายในจากทุกส่วนของเศรษฐกิจ เพื่อการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม”สุวิทย์ กล่าวตอนท้าย

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด เบรนท์ฟอร์ด พบ ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด เบรนท์ฟอร์ด พบ ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69