
ตลาดสมาร์ทโฟนโลกทรุด
ตลาดสมาร์ทโฟนโลกสะเทือน ผู้เล่นเบอร์ต้นเปลี่ยนขั้ว ออปโป-วีโว่เตรียมขึ้นแท่น ซัมซุงยังกำไรพุ่ง
ตลาดสมาร์ทโฟนโลกสะเทือน ผู้เล่นเบอร์ต้นเปลี่ยนขั้ว ออปโป-วีโว่เตรียมขึ้นแท่น ซัมซุงยังกำไรพุ่ง
ตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกกำลังเริ่มเข้าสู่ภาวะซบเซา โดยสตราเตจี อะนาไลติกส์ บริษัทวิจัยสหรัฐ เปิดเผยว่า ยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลกร่วง 3% ในช่วง 3 เดือนแรกของปี ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรก เทียบรายปี เช่นเดียวกับการ์ทเนอร์ อิงค์ บริษัทวิจัยจากสหรัฐ ที่ระบุว่า ยอดขายสมาร์ทโฟนคาดว่าจะหดตัวลง 7% ในปีนี้ ชะลอตัวต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ด้านผู้ใช้สมาร์ทโฟนในเอเชีย 150 ล้านราย จะชะลอการซื้อลงในอีก 3 ปีข้างหน้า ขณะที่รอให้ราคาสมาร์ทโฟนปรับตัวลง
สำหรับยอดขายที่ลดลงในตลาดจีนส่งผลกระทบอย่างมากต่อบรรดาผู้ผลิตสมาร์ทโฟนด้วยเช่นกัน รวมถึงบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างแอปเปิ้ล อิงค์ ที่รายได้ของบริษัทร่วงลงเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี นอกเหนือจากตลาดจีนที่ซบเซาแล้ว ธุรกิจสมาร์ทโฟนกำลังเข้าสู่จุดอิ่มตัวจนทำให้ผู้บริโภคไม่ต้องการซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ ส่วนกลุ่มที่ยังคงซื้ออยู่เริ่มมองหาตัวเลือกที่แตกต่าง
ไอดีซี บริษัทสำรวจข้อมูลจากสหรัฐ เปิดเผยว่า ออปโปและวีโว่ บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากจีนที่ก้าวเข้าสู่ตลาดเมื่อปี 2011 กำลังมาแทนที่เลอโนโวและเสี่ยวมี่ บริษัทสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดอันดับ 4 และ 5 ของโลก เมื่อพิจารณาจากยอดขายไตรมาสแรกของปี 2016
ด้าน เมลิสซา เชา นักวิเคราะห์จากไอดีซี กล่าวว่า เลอโนโวทำยอดขายจากการตั้งราคาขายโดยเฉลี่ยต่ำกว่า 150 เหรียญสหรัฐ (ราว 5,250 บาท) ในปี 2013 และเสี่ยวมี่ก็ใช้วิธีเดียวกันโดยตั้งราคาขายต่ำกว่า 200 เหรียญสหรัฐ (ราว 7,000 บาท) ขณะที่ หัวเหว่ย ออปโป และวีโว่ ซึ่งกำลังครองตลาดจีนอย่างแข็งแกร่งในปี 2016 ตั้งกรอบราคาสมาร์ทโฟนต่ำกว่า 250 เหรียญสหรัฐ (ราว 8,750 บาท)
ตัวเลขดังกล่าวชี้ว่า ผู้บริโภคจีนเริ่มต้องการสมาร์ทโฟนที่แตกต่าง และยังจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อเครื่องใหม่ แม้ไอโฟนที่เป็นมือถือไฮเอนด์ดูไกลเกินเอื้อมไป แต่ผู้บริโภคที่ต้องการซื้อสมาร์ทโฟนยังมองหามือถือที่เหนือกว่าหากต้องการเปลี่ยนเครื่องใหม่ เมื่อพิจารณาจากกรอบราคาดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม สอดคล้องกับกลยุทธ์ของซัมซุงที่เปิดตัวกาแล็คซี่เอส 7 สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด ซึ่งมีความคมชัดของกล้องสูงขึ้น สามารถกันน้ำได้ และรองรับไมโครเอสดีการ์ดที่เพิ่มขนาดความจำเครื่อง ขณะที่ปรับราคาลงจากรุ่นก่อนหน้าและเปิดตัวตัดหน้าคู่แข่งในเดือน มี.ค.
บลูมเบิร์กรายงานว่า รายได้สุทธิของซัมซุงในไตรมาส 2 ของปีนี้ ระหว่างเดือน ม.ค.-มี.ค.ปรับตัวขึ้น 14% จากปีก่อนหน้านี้แตะ 5.3 ล้านล้านวอน (ราว 1.6 แสนล้านบาท) ขณะที่ยอดขายของบริษัทเพิ่มขึ้น 6% แตะ 49.8 ล้านล้านวอน (ราว 1.53 ล้านล้านบาท) จากปีก่อนหน้านี้ โดยผลกำไรจากธุรกิจสมาร์ทโฟนพุ่งขึ้น 42% จากปีก่อนหน้านี้ แตะ 3.9 ล้านล้านวอน (ราว 1.1 แสนล้านบาท) สูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ยังไม่มั่นใจว่ายอดขายกาแล็คซี่เอส 7 ของซัมซุงจะยังคงขยายตัวแข็งแกร่งในไตรมาส 2 เนื่องจากความต้องการสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ในประเทศพัฒนาแล้วชะลอตัวลง ขณะที่ อีแจยอง รองประธานซัมซุง เปิดเผยว่า บริษัทกำลังเร่งแตกสาขาธุรกิจนอกเหนือจากสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ซึ่งมีคู่แข่งจำนวนมากจากจีน อย่างหัวเว่ย เสี่ยวมี่ และเลอโนโว







