posttoday
แก้หนี้ภาคประชาชน

แก้หนี้ภาคประชาชน

29 เมษายน 2559

โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว

โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว

รัฐบาลพยายามจะแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของประชาชนผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นปัญหาที่คั่งค้างมานาน แต่จะให้ดีน่าจะขยายพื้นที่ไปถึงหนี้ในระบบที่เป็นหนี้ส่วนบุคคล เช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้เงินด่วน หนี้เงินผ่อนสินค้าจิปาถะต่างๆ ซึ่งก็คือส่วนหนึ่งของหนี้ครัวเรือนที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจไม่ให้เดินหน้า

เท่าที่ได้สัมผัสคนกลุ่มนี้อาจจะใช้จ่ายเกินตัวทั้งที่ด้วยความจำเป็นหรือไม่จำเป็นก็ตาม ใช้ทั้งบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด ผ่อนทั้งรถ ผ่อนทั้งบ้าน เดือนๆ แบกหนี้หลังแอ่นจนชักหน้าไม่ถึงหลัง สุดท้ายก็ต้องไปกดเงิดสดจากบัตรเครดิตมาใช้จ่ายวนเวียนไปอย่างนี้ทุกเดือน

ยิ่งเมื่อเศรษฐกิจเป็นเช่นนี้ ไม่มีรายได้เพิ่ม ก็ไม่สามารถสลัดหนี้ให้หลุดไปจากชีวิตได้ จะขอรีไฟแนนซ์รวบหนี้เป็นก้อนเดียว เพื่อลดภาระการผ่อน แบงก์ก็ไม่ให้ เพราะเห็นว่าเป็นหนี้เยอะแล้ว ปัญหาก็เลยคาราคาซัง ไร้ทางออก

ไหนๆ รัฐบาลจะแก้หนี้ทั้งทีก็แก้ทั้งนอกระบบ ในระบบ ให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยที่เป็นคนมีรายได้น้อย และคนชั้นกลางได้ผ่อนคลายจากปัญหาหนี้ เป็นการให้โอกาสในการตั้งหลักใหม่ โดยไม่ต้องยกหนี้ หรือลดต้น ลดดอก อะไรทั้งนั้น เพียงแต่สร้างกลไกให้คนกลุ่มนี้สามารถรีไฟแนนซ์หนี้ เพื่อลดภาระการผ่อนชำระต่อเดือนลง โดยอาจจะต้องพึ่งพาธนาคารรัฐทั้งออมสิน-กรุงไทย เป็นเจ้าภาพ

แต่ถ้าจะทำทั้งทีต้องสร้างหลักประกันว่า เขาเหล่านั้นจะไม่ไปก่อหนี้ก้อนใหม่ในช่วงเวลาที่ต้องผ่อนหนี้ที่รีไฟแนนซ์อยู่ จะระยะเวลา 3 ปี 5 ปี ก็แล้วต่อวงเงินรีไฟแนนซ์ นอกจากมีความจำเป็นในการใช้เงินก็ต้องปรึกษากับธนาคารเจ้าหนี้เป็นผู้พิจารณา

อีกขาหนึ่ง ถ้าเป็นไปได้ก็ควรจะสร้างระบบการออมจากการผ่อนหนี้ เช่น ถ้าต้องผ่อนหนี้ 3,000 บาท ก็ให้ลดการผ่อนเหลือ 2,000 บาท โดยให้ไปขยายเวลาผ่อนเพิ่มให้ครอบคลุมมูลหนี้อีก 1,000 บาท ให้ออมไว้กับธนาคารตามระยะเวลาผ่อนหนี้

ผ่อนหนี้จบก็จะได้มีเงินก้อนไปต่อยอดทำมาค้าขาย หรือลงทุน โดยมีหน่วยงานที่มารับช่วงให้คำปรึกษาในการนำเงินไปลงทุนต่อไป ได้ทั้งเคลียร์หนี้ภาคครัวเรือนไปเปลาะหนึ่ง แถมยังได้ทั้งเงินไปลงทุนใหม่ เพียงแต่จะออกแบบการแก้ปัญหาอย่างไร ให้เป็นไปได้เท่านั้นเอง

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่