
นักวิชาการ-หน่วยงานรัฐหนุนพีพีพี แต่โอดติดขัดขั้นตอนปฏิบัติ
นักวิชาการ-หน่วยงานรัฐชี้โครงการพีพีพีเป็นเรื่องดี แต่ขั้นตอนปฏิบัติล่าช้าติดระเบียบข้อกฎหมาย ทำให้โครงการล่าช้า ร.ฟ.ท.แย้มเตรียมเสนออีกหลายโครงการ
นักวิชาการ-หน่วยงานรัฐชี้โครงการพีพีพีเป็นเรื่องดี แต่ขั้นตอนปฏิบัติล่าช้าติดระเบียบข้อกฎหมาย ทำให้โครงการล่าช้า ร.ฟ.ท.แย้มเตรียมเสนออีกหลายโครงการ
เมื่อวันที่ 28 เม.ย. สำนักสิริพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์(นิด้า) และสมาคมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย ร่วมกันจัดงานเสวนาวิชาการ “แนวคิดและหลักการในการดำเนินโครงการ PPP ให้ประสิทธิภาพและรวดเร็ว” เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ที่สนใจเข้าร่วมจำนวนมาก
นายประดิษฐ์ วิธิศุภกร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยขีดความสามารถในการแข่งขัน สำนักวิจัย นิด้าฯ กล่าวว่า ความร่วมมือภาครัฐ - ภาคเอกชน หรือ พีพีพี ถือว่าเป็นโครงการที่ดีกับประเทศไทย เพราะเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้ ที่สำคัญสถานการณ์ด้านสภาพคล่องทางการเงินของประเทศไม่เป็นปัญหาสามารถจัดหาเงินมาดำเนินการได้ไม่ยาก หากโครงการนั้นๆ เป็นโครงการที่มีความน่าเชื่อถือ สถาบันการเงินก็พร้อมให้การสนับสนุน หรือสามารถจัดตั้งกองทุนหรือกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ( REIT) ได้ แต่การลงทุนพีพีพีก็ไม่ควรแค่ภาคอสังหาริมทรัพย์ ควรมองในสินทรัพย์ทุกประเภทที่สามารถพัฒนาได้ให้มีมูลค่าได้
"การส่งเสริมพีพีพีผมว่ารัฐบาลมาถูกทาง ในเชิงนโยบายถูกต้อง เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมได้มากขึ้น เพื่อลดภาระของรัฐบาล เนื่องจากเอกชนบริหารงานและบริการเงินได้มีประสิทธิภาพมากกว่า แต่ก็ยอมรับว่าในขั้นตอนของการปฏิบัติติดขัดอยู่พอสมควร ในระเบียบหรือข้อกฎหมาย เพราะกว่าจะผ่านโครงการได้ใช้เวลานาน แต่อย่างไรก็ดีเรื่องเหล่านี้น่าจะสามารถหาทางแก้ไขได้ในลำดับต่อไป แต่รัฐบาลต้องยอมรับแนวคิดล่างขันบน (bottom up) จากเดิมที่มักมองจากบนลงมา"นายประดิษฐ์กล่าว
ด้านนายฐากูร อินทรชม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพย์สิน การรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า การส่งเสริมให้หน่วยงานรัฐต่างๆเร่งโครงการลงทุนพีพีพีเป็นเรื่องดี แต่การที่หน่วยงานที่ถูกเร่งรัดจากหน่วยเหนือมาแล้ว แต่เมื่อไม่มีโครงการจะเสนอ อาจจะหันไปหยิบการจ้างงานตามปกติที่เคยทำมาไปเสนอเป็นโครงการพีพีพีก็เป็นได้ ซึ่งอาจทำให้ผิดวัตถุประสงค์ของพีพีพีได้ ซึ่งในส่วนของร.ฟ.ท.เองก็เตรียมโครงการพีพีพีที่จะเสนออยู่หลายโครงการเพราะมีที่ดินอยู่เยอะต้องเอามาใช้ประโยชน์ หลายโครงการที่ศึกษาไม่ใช่งานหลักของร.ฟ.ท.แต่สามารถร่วมกับหน่วยงานอื่นพัฒนาได้







