
เร่งคืนหนี้อ้อยหวังรื้อระบบน้ำตาล
โพสต์ทูเดย์
— สั่งกองทุนอ้อยฯ เจรจาเร่งคืนหนี้ ธ.ก.ส.เร็วขึ้น ลดภาระดอกเบี้ย รองรับแผนปรับโครงสร้างน้ำตาลทรายในอนาคตนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า มีนโยบายจะให้กองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย (กท.) เร่งชำระหนี้ที่เหลืออยู่กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้หมดเร็วกว่าแผนเดิมที่ตั้งไว้ในช่วงปลายปี 2554
การชำระหนี้แบบเดิมได้ชำระเป็นงวดๆ โดยจะให้สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (ส.อ.น.) ไปเจรจากับ ธ.ก.ส. ขอปรับแผนชำระหนี้ใหม่ เนื่องจากต้องการให้หมดหนี้เร็วที่สุด จะได้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย รวมทั้งจะได้ทราบแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนต่อไป ทั้งเรื่องการเก็บเงินเข้ากองทุน 5 บาท การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย คาดว่า 23 เดือน จะเห็นภาพชัดเจน
พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้ ส.อ.น. ศึกษาการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายใหม่ทั้งระบบ โดยจะพิจารณาว่าระบบแบ่งปันผลประโยชน์ 7030 จะยังคงใช้ต่อไปหรือไม่ ควรจะนำโมลาสและชานอ้อยเข้ามาคำนวณในรายได้ของระบบหรือไม่ และการคำนวณราคาน้ำตาลในประเทศควรจะมีทิศทางอย่างไร จะใช้การควบคุมราคาเหมือนเดิม หรือจะปล่อยให้เป็นราคาแบบลอยตัว
การจัดสรรระบบโควตา ก ข ค จะยังคงอยู่หรือไม่ เป็นต้น ซึ่งการปรับโครงสร้างดังกล่าวจะทำได้เมื่อกองทุนหมดหนี้ และมีเงินหมุนเวียนอยู่พอสมควร
“
ปีหน้าอาจเห็นราคาน้ำตาลทรายเป็นระบบลอบตัวแบบจัดการ หรือระบบอื่น เพราะจะเร่งรัดให้กองทุนใช้หนี้ให้หมดเร็วที่สุด” นายชัยวุฒิ กล่าวแหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาห กรรม เปิดเผยว่า หนี้เงินกู้ค่าอ้อยกับ ธ.ก.ส. ขณะนี้เหลืออยู่ 6,200 ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ปี 2553 จำนวน 2,000 ล้านบาท และหนี้ปี 2554 อีก 4,200 ล้านบาท กำหนดชำระหมดเดือน ธ.ค. 2554 ดอกเบี้ย 4.25% หากปรับเปลี่ยนการชำระหนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารกองทุนก่อน และหากเหมาจ่ายหนี้หมด กองทุนจะไม่มีเงินสำรองเหลือ
นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) กล่าวว่า การกระจายน้ำตาลจะใช้วิธีกระจายผู้ค้าส่งเพื่อส่งผ่านน้ำตาลออกไปสู่ประชาชนทั่วประเทศ โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ค้าส่งที่จะได้รับการจัดสรรน้ำตาลจะต้องเป็นผู้ค้าส่งมืออาชีพ มีตัวตนอยู่จริง และประกอบการมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี คาดว่าจะกระจายให้กับผู้ค้าส่งประมาณ 50 ราย
** นอกจากนี้ จะต้องมีการทำสัญญากับกองทุนอ้อยฯ โดยผู้ค้าส่งจะต้องรับรองว่าจะกระจายน้ำตาลที่ได้รับการจัดสรรในจำนวนปริมาณตกลงเอาไว้ โดยมีแผนว่ากระจายไปไหนบ้าง พร้อมกันนี้ยังให้ผู้ค้าส่งทุกรายต้องวางเงินประกันการกระจายน้ำตาลเอาไว้ 5 %ของมูลค่าทั้งหมด ซึ่งหากทำผิดก็จะยึดเงินประกันผู้ค้าส่งน้ำตาล จึงไม่คุ้มค่าหากทำผิด และราคาที่จะขายปลายทางไม่เกินไปจากราคาควบคุม ส่วนน้ำตาลทรายที่เหลือล็อตต่อไปจะจัดสรร ให้กับสมาคมชาวไร่อ้อย 30 สมาคม อุตสาหกรรมจังหวัด พาณิชย์จังหวัด
รมว.อุตสาหกรรม กล่าวถึงการกระจายน้ำตาลทรายด้วยว่า จะกระจายผ่านยี่ปั๊วกี่รายก็ได้ แต่ต้องถึงมือผู้บริโภคโดยเร็วและโปร่งใส ขณะนี้ราคาหลังเพิ่มน้ำตาลทรายบริโภคในประเทศ โควตา ก เป็น 23 ล้านกระสอบ (รวมที่จัดสรรให้พาณิชย์) ทำให้ราคาน้ำตาลทรายเริ่มปรับราคาลงมาเฉลี่ย 2.50 บาทต่อกิโลกรัม เหลืออยู่ที่ 2627 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว







