
ทิ้งหุ้นแบงก์กำไรแย่
แห่ทิ้งหุ้นธนาคารหลังกำไรต่ำ คาดไตรมาส 2 แย่ต่อเศรษฐกิจยังไม่ฟื้น ASP หั่นกำไรทั้งปีลง 5%
แห่ทิ้งหุ้นธนาคารหลังกำไรต่ำ คาดไตรมาส 2 แย่ต่อเศรษฐกิจยังไม่ฟื้น ASP หั่นกำไรทั้งปีลง 5%
ธนาคารพาณิชย์ทยอยแจ้งผลการดำเนินงานงวดไตรมาสแรกปี 2559 ซึ่งส่วนใหญ่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด โดยธนาคารกรุงเทพ (BBL) มีกำไรสุทธิ 8,317 ล้านบาท ลดลง 11.57% จากไตรมาสแรกปี 2558 ที่มีกำไรสุทธิ 9,406.90 ล้านบาท แต่เพิ่มขึ้น 8.3% เทียบกับไตรมาส 4 ปี 2558 ที่มีกำไรสุทธิ 7,681 ล้านบาท ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มีกำไรสุทธิ 9,646 ล้านบาท ลดลงจำนวน 2,755 ล้านบาท คิดเป็น 22.21% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 4,169 ล้านบาท หรือ 76.13% จากไตรมาส 4/2558
ธนาคารกรุงเทพ ชี้แจงว่า ผลกำไรไตรมาส 1/2559 ที่ออกมาเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 16,034 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 417 ล้านบาท หรือ 2.7% รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจำนวน 10,672 ล้านบาท ลดลง 121 ล้านบาท หรือ 1.1% ส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานจำนวน 12,856 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 710 ล้านบาท หรือ 5.8%
ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือน มี.ค. 2559 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อ 1.87 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% จากสิ้นปี 2558 โดยเติบโตจากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายกลางและรายปลีก กิจการธนาคารต่างประเทศแต่ภาวะเศรษฐกิจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน โดยมีสินเชื่อด้อยคุณภาพจำนวน 6.18 หมื่นล้านบาท และมีอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่ออยู่ที่ 2.9%
อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงเน้นการบริหารความเสี่ยงด้านคุณภาพสินเชื่อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมพร้อมทั้งให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือลูกค้าอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องเสมอมา พร้อมยึดหลักระมัดระวังด้วยการตั้งสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญอย่างสม่ำเสมอ ทำให้มีเงินสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญในระดับสูง ในไตรมาส 1/2559 มีจำนวน 3,644 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ที่ 5.8%
น.ส.ขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า กำไรไตรมาส 1/2559 ที่ลดลง 22.22% ส่วนใหญ่เกิดจากตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมเรื่องเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัว แต่มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญและภาษีเงินได้จำนวน 24,958 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,116 ล้านบาท หรือ 19.75% เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยและมิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ระบุว่า ตลาดน่าจะรับรู้การรายงานผลงานไตรมาสแรกของธนาคารพาณิชย์แล้ว หลังจากธนาคารเกียรตินาคิน (KKP), บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO), บริษัท ทุนธนชาต (TCAP), ธนาคารทหารไทย (TMB), บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป (LHBANK) และ BBL รายงานโดยส่วนใหญ่เป็นไปตามคาดหรือต่ำกว่าคาดเล็กน้อย รายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตามผลจากการลดดอกเบี้ยเงินกู้จะส่งผลกระทบต่อกำไรงวดไตรมาส 2/2559 ซึ่งกดดันส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิให้แคบลง ขณะที่เอ็นพีแอลอาจพุ่งสูงขึ้น แม้ว่าไตรมาสแรกจะลดลงก็ตาม ความต้องการสินเชื่อน้อยลงโดยเฉพาะเอสเอ็มอี การลดดอกเบี้ยอาจจะไม่ช่วยเพิ่มความต้องการใช้สินเชื่อ
“ฝ่ายวิจัยได้ปรับลดประมาณการกําไรสุทธิของกลุ่มธนาคารในปี 2559-2560 ลง 5% และ 4.5% ตามลำดับ ทําให้กําไรสุทธิปี 2559 โตเพียง 3.8% จากปีที่ผ่านมา แต่หากดูราคาหุ้นที่ลดลงน่าจะรับข่าวร้ายไปหมดแล้ว”
หุ้นธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ปรับตัวลง เมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา นำโดย BBL ปิด 168.50 บาท ลดลง 1.50 บาท KBANK ปิด 161 บาท ลดลง 1 บาท ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ปิด 133 บาท ลดลง 0.50 บาท







