
รวมสัญญา จัดหา-ซ่อม เมล์เอ็นจีวี
ขสมก.เผยร่างทีโออาร์จัดหารถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน ควบรวมการจัดหาและซ่อมเป็นสัญญาเดียวกัน
ขสมก.เผยร่างทีโออาร์จัดหารถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน ควบรวมการจัดหาและซ่อมเป็นสัญญาเดียวกัน
นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยระหว่างการรับฟังความคิดเห็นร่างทีโออาร์การจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศเอ็นจีวี 489 คัน เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า ร่างทีโออาร์ประมูลรถเมล์เอ็นจีวีฉบับใหม่จะมีเนื้อหาต่างจากทีโออาร์เดิมหลายเรื่อง โดยเฉพาะการรวมการจัดหาตัวรถและงานบำรุงรถเป็นระยะเวลา 10 ปีไว้ในสัญญาเดียวกัน ตลอดจนลดค่าใช้จ่ายของผู้เข้าร่วมประมูลลง อาทิ ลดหลักประกันและค่าธรรมเนียมลงจากเดิมเกือบ 10 เท่า แต่ยังคงเปิดกว้างทั้งกรณีรถนำเข้าและรถประกอบในประเทศ รวมทั้งกำหนดสเปกรถเมล์ไว้เหมือนเดิม คือเป็นรถเมล์ปรับอากาศที่ใช้เชื้อเพลิงเอ็นจีวี และเป็นรถเมล์ชานต่ำ
"ร่างทีโออาร์ใหม่จะเป็นไปตามข้อเสนอของคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (กวพอ.) ใน 3 ประเด็น รวมทั้งเปลี่ยนการประมูลเป็นแบบรวมก้อนเดียว 4,000 ล้านบาท คือการจัดหาตัวรถ 1,700 ล้านบาท ซึ่งกำหนดราคากลางไม่เกิน 3.549 ล้านบาท/คัน และค่าซ่อมรถระยะ 10 ปี รวม 2,200 ล้านบาท แยกเป็นค่าซ่อมระยะ 5 ปีแรก 826 ล้านบาท และค่าซ่อมระยะ 5 ปีหลัง 1,460 ล้านบาท ขณะที่บริษัทผู้ผลิตหรือจัดหารถและซ่อมบำรุงจะต้องเป็นบริษัทเดียวกันด้วย" นายสุระชัย กล่าว
นายสุระชัย ระบุว่า ขสมก.จะให้เอกชนที่ผ่านคุณสมบัติยื่นเสนอราคาประมูลรถเมล์ล็อตดังกล่าวด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (อี-ออกชั่น) ในวันที่ 8 ก.ค.นี้
นายยุกต์ จารุภูมิ ประธานคณะกรรมการร่างทีโออาร์ กล่าวว่า การปรับร่างทีโออาร์การประมูลรอบใหม่ที่กำหนดให้ควบรวมระหว่างสัญญาการจัดซื้อรถเมล์และสัญญาการซ่อมบำรุงเป็นฉบับเดียวกัน จะทำให้การประมูลจบได้ในวันเดียว และสาเหตุที่ต้องให้ผู้ผลิตหรือผู้จัดหาและผู้ซ่อมเป็นรายเดียวกัน เนื่องจากผู้ผลิตจะมีความชำนาญด้านเทคโนโลยีของตัวรถที่ออกแบบมา ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการซ่อมบำรุงลงมาได้







