
การประชุมของผู้ผลิตน้ำมันหลัก กำหนดแนวโน้มของตลาดเงินสัปดาห์นี้
ในสัปดาห์นี้คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 34.80-35.20 เป็นการเคลื่อนไหวในกรอบที่กว้างขึ้น เนื่องจากความไม่แน่นอนจากการประชุมของประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลัก 15 ประเทศ ในวันที่ 17 มี.ค.นี้ ที่กรุงโดฮา เพื่อพิจารณาเรื่องการคงปริมาณการผลิตน้ำมัน สาเหตุจากราคาน้ำมันปรับลงกว่า 30% ในปีที่แล้ว
ในสัปดาห์นี้คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 34.80-35.20 เป็นการเคลื่อนไหวในกรอบที่กว้างขึ้น เนื่องจากความไม่แน่นอนจากการประชุมของประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลัก 15 ประเทศ ในวันที่ 17 มี.ค.นี้ ที่กรุงโดฮา เพื่อพิจารณาเรื่องการคงปริมาณการผลิตน้ำมัน สาเหตุจากราคาน้ำมันปรับลงกว่า 30% ในปีที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ในตลาดคาดว่า ผู้ผลิตน้ำมันอาจจะยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ เนื่องจากประเทศอิหร่านจะไม่เข้าร่วมประชุมเพราะไม่อยากลดปริมาณการผลิตน้ำมัน โดยอิหร่านถือเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดเป็นลำดับที่ 4 ของโลก เเละรัฐมนตรีพลังงานของอิหร่าน (Bijan Zanganeh) ออกมากล่าวว่าปริมาณการผลิตน้ำมันของอิหร่านเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าในช่วงที่ผ่านมา ทำให้อยู่ที่ระดับ 3.2 ล้านบาร์เรล/วัน และเขาได้กล่าวว่าอิหร่านจะเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ราคาน้ำมันอาจปรับลดลงหลังการประชุมเเละกดดันสกุลเงินเอเชียในสัปดาห์นี้
เงินบาทเปิดตลาดที่ 35.080 เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 35.150-35.010 โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้นประมาณ 0.26% ในวันแรกของสัปดาห์ นักลงทุนต่างชาติยังเข้ามาซื้อสินทรัพย์ไทยอยู่ ซึ่งการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทเป็นไปตามแนวโน้มในภูมิภาค เนื่องจากเงินเหรียญสหรัฐปรับอ่อนค่าลงแรง หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดประมาณการเกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้มาอยู่ที่ 2 ครั้งเมื่อเทียบกับ 4 ครั้งที่คาดไว้ในปีที่แล้ว
นอกจากนี้ นักลงทุนยังมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยจะยังไม่เกิดขึ้น เนื่องจากความคิดเห็นจากประธานยังออกมาในแนวไม่ต้องการขึ้นดอกเบี้ย ทำให้สกุลเงินเอเชียยังได้รับแรงหนุน โดยเงินเยนแข็งค่ามากที่สุดประมาณ 11% นับตั้งแต่ต้นปี ตามมาด้วยเงินริงกิตแข็งค่าขึ้นประมาณ 10.33% ส่วนเงินบาทแข็งค่าที่ 2.95% ในปีนี้และปิดตลาดที่ 35.045
เงินเยนเปิดตลาดที่ระดับ 108.05 แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องจากราคาปิดที่ 111.68 ในสัปดาห์ที่แล้ว เงินเยนเป็นเงินที่ผันผวนมากที่สุดในตลาดปีนี้ที่ 11% แม้ว่าธนาคารกลางของญี่ปุ่นจะลดดอกเบี้ยมาเป็นดอกเบี้ยติดลบเพื่อให้เงินเยนอ่อนค่าลง แต่ดูจะไม่ได้ผลนักลงทุนเริ่มมองว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะออกมาแทรกแซงในตลาดเงินเพื่อที่จะทำให้เงินเยนอ่อนค่า หลังจากเลขาธิการคณะรัฐมนตรีของญี่ปุ่น (Yoshihide Suga) กล่าวว่า ญี่ปุ่นสามารถเข้าแทรกแซงค่าเงินได้หากเงินเยนแข็งค่าจนเกินไป
นอกจากนี้ รัฐมนตรีคลัง (Taro Aso) ได้แสดงความคิดเห็นว่า ทางการญี่ปุ่นติดตามเงินเยนอย่างใกล้ชิดและพร้อมออกมาตรการมาทำให้เงินเยนอ่อนค่าลง แต่เงินเยนกลับแข็งค่าต่อมาปิดตลาดที่ 108.19
เงินยูโรเปิดตลาดที่ 1.1405 แข็งค่าขึ้นแม้ว่าคำกล่าวของคณะกรรมการธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะสะท้อนความต้องการคงดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานาน โดยผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศสกล่าวว่า ECB มีเครื่องมือเพียงพอที่จะรักษาเงินเฟ้อให้อยู่ในเป้าหมายกลับมาที่เป้าหมายได้ เงินยูโรปรับแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ตามแนวโน้มในสกุลเงินต่างๆ เนื่องจากเงินดอลลาร์ปรับลงเป็นสำคัญและปิดตลาดที่ 1.1451
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนช่วงวันหยุดยาวปริมาณการออกหุ้นกู้ของบริษัทค่อนข้างเบาบาง มีเพียงการออกหุ้นกู้ของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร อันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ A+ ออกเสนอขายให้กับผู้ลงทุนสถาบัน และผู้ลงทุนรายใหญ่ อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.28% มูลค่า 3,060 ล้านบาท อายุ 8 ปี อัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ 3.11% มูลค่า 3,500 ล้านบาท และอายุ 15 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.73% มูลค่า 2,500 ล้านบาท







