
ธปท.เตือนสัญญาณฟองสบู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ธปท.เตือนเห็นสัญญาณฟองสบู่ในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จากยอดขายคอนโดมิเนียมที่ผู้ซื้อไม่อยู่อาศัยจริง 25% แต่ยังไม่น่าห่วง เนื่องจากราคาขายยังไม่สูงมาก
ธปท.เตือนเห็นสัญญาณฟองสบู่ในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จากยอดขายคอนโดมิเนียมที่ผู้ซื้อไม่อยู่อาศัยจริง 25% แต่ยังไม่น่าห่วง เนื่องจากราคาขายยังไม่สูงมาก
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวในงานสัมมนาทางวิชาการ สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจด้วย Big Idea ในหัวข้อ”ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 53 ปรับตัวอย่างไรให้ทันสถานการณ์” ว่า เท่าที่ติดตามดูข้อมูลของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในขณะนี้เริ่มมีสัญญาณเตือนภาวะฟองสบู่บ้างแล้ว จากยอดซื้อคอนโดมิเนียมที่ไม่ได้อยู่อาศัยจริงซึ่งเริ่มมีสัดส่วนถึง 25% จากข้อมูลนี้แสดงว่าเริ่มจะมีการเก็งกำไร แต่ยังสรุปไม่ได้ชัดเจนว่าเป็นความต้องการซื้อที่แท้จริงหรือไม่ เพราะผู้ซื้ออาจจะซื้อลงทุน ซื้อไว้ให้เช่า หรือมีการเปลี่ยนมือก็เป็นได้
“ข้อมูลที่เราได้มาอาจจะยังไม่ถูกหลักนัก เพราะถามจากผู้ประกอบการบางรายเท่านั้น แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนฟองสบู่ได้ ให้ทุกคนช่วยกันติดตามดู แต่สัญญาณตัวนี้ยังไม่น่าห่วง เพราะตัวชี้ฟองสบู่ที่ชัดจริงๆ ต้องดูราคาอสังหาริมทรัพย์ ถ้าราคาปรับสูงขึ้นเรื่อยๆ แสดงว่าเริ่มมีฟองสบู่ แต่เท่าที่ดูตอนนี้ประเด็นราคาไม่น่าห่วง เนื่องจากราคาถูกลงด้วยซ้ำ” นางธาริษากล่าว
นางธาริษา กล่าวว่า อย่างไรก็ตามภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์น่าจะยังเติบโตได้ดี เพราะความต้องการซื้ออยู่จริงยังมีอยู่สูง การก่อสร้างโครงการใหม่ยังไม่เพิ่มขึ้นมาก ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายดอกเบี้ยที่ธปท.เริ่มปรับขึ้นยังไม่เป็นอุปสรรคต่อผู้ซื้อและผู้ประกอการ เนื่องจากแม้จะมีการปรับขึ้นแต่ก็ยังไม่ได้สูงมาก อย่างไรก็ตามในการดูแลอัตราดอกเบี้ยธปท.ต้องดูให้เหมาะสม เพราะถ้าปล่อยให้ดอกเบี้ยต่ำไปนานๆก็อาจเป็นสาเหตุให้คนกู้ไปเก็งกำไรได้ และทำให้ดอกเบี้ยเงินฝากติดลบ ดังนั้นธปท.จึงได้เริ่มทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยให้เหมาะสม ขณะเดียวกันถ้าปรับขึ้นดอกเบี้ยสูงเกินไป คนกู้ซื้อบ้านอาจจะมีการทิ้งดาวส์ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจเป็นปัญหาต่อเศรษฐกิจเหมือนช่วงวิกฤตปี 40 ได้
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจปีนี้น่าจะสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยน่าจะขยายตัวได้ที่ระดับ 6.5-7.5% จากแรงขับเคลื่อนของเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศที่แข็งแกร่งพอสมควร แม้ภาวะเศรษฐกิจยังมีปัจจัยเสี่ยงอยู่ก็ตาม







