
เคลียร์สต๊อกข้าวเก่า-มันเน่า
ผ่านมาแล้ว 5 เดือน นับตั้งแต่การเข้ารับตำแหน่งประธานคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า (บอร์ด อคส.) ของ พล.ต.ต.ไกรบุญ ทรวดทรง เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2558 กับภารกิจการสะสางสต๊อกสินค้าเกษตรทั้งข้าว มันเส้น และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่ค้างอยู่ในคลัง อคส.กว่า 12 ล้านตัน
ผ่านมาแล้ว 5 เดือน นับตั้งแต่การเข้ารับตำแหน่งประธานคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า (บอร์ด อคส.) ของ พล.ต.ต.ไกรบุญ ทรวดทรง เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2558 กับภารกิจการสะสางสต๊อกสินค้าเกษตรทั้งข้าว มันเส้น และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่ค้างอยู่ในคลัง อคส.กว่า 12 ล้านตัน
“หลังเข้ารับตำแหน่ง ผมลงไปตรวจสอบแล้วพบว่า อคส.ยังมีปัญหาสินค้าเกษตรที่รับซื้อมาถูกเก็บในโกดังเป็นเวลานาน จนสินค้าเสื่อมสภาพและค้างอยู่ในโกดังของเรา ขณะที่ อคส.มีภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก โดยเฉพาะค่าเช่าโกดังเก็บทั้งข้าว มัน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทำให้เรายังมีปัญหาให้แก้กันต่อไปจนกว่าจะระบายสินค้าหมดสต๊อก” พล.ต.ต.ไกรบุญ ให้สัมภาษณ์ “โพสต์ทูเดย์”
พล.ต.ต.ไกรบุญ ระบุว่า สินค้าเกษตรที่เป็นปัญหาใหญ่สุดที่ อคส.ต้องเร่งสะสาง คือ ข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลที่มีปริมาณสูงถึง 12-13 ล้านตัน (ข้อมูลล่าสุด ณ ปัจจุบัน) เพราะแม้ที่ผ่านมาจะมีการระบายข้าวออกไปบ้างแล้ว เพื่อลดภาระการจัดเก็บ แต่ก็มีปัญหาว่าผู้ที่ซื้อข้าวในสต๊อกไป ได้เข้ามาร้องกับ อคส.ว่า ข้าวในโกดังไม่ได้คุณภาพ จึงไม่ขอรับมอบข้าว และเมื่อ อคส.เชิญผู้เกี่ยวข้องมาหารือแนวทางแก้ปัญหา แต่ท้ายที่สุดก็ยังเหลือข้าวใน 2 โกดังที่ส่งมอบไม่ได้
ประกอบด้วย โกดังข้าวที่ จ.สุรินทร์ ซึ่งผู้ซื้อตกลงซื้อไปทั้งหมด 2 หมื่นตัน และชำระเงินมาแล้ว 600 ตัน แต่ยังเหลือข้าวค้างการส่งมอบอยู่ 2.02 หมื่นตัน คิดเป็น 553 ล้านบาท เนื่องจากผู้ซื้อไม่รับมอบข้าวโดยระบุว่าข้าวไม่ได้คุณภาพ แต่จากการที่ อคส.เข้าไปตรวจสอบสภาพข้าวในโกดังดังกล่าวก็พบว่าข้าวยังมีคุณภาพยังดีอยู่ ซึ่ง อคส.จะทำหนังสือไปถึงผู้ซื้อเพื่อให้เข้ามารับมอบข้าว แต่หากยังไม่มารับ อคส.จะเรียกค่าปรับ ส่วนโกดังข้าว จ.ศรีสะเกษ ขณะนี้ได้แจ้งความดำเนินคดีกับเซอร์เวเยอร์ เพราะจากการตรวจสอบข้าวในโกดังพบว่าข้าวไม่ได้ผ่านการรมยาตามวงรอบที่ถูกต้อง ทำให้ข้าวเสียหายจนไม่สามารถส่งมอบให้ผู้ซื้อได้
“ที่ผ่านมาได้รับเรื่องร้องเรียนจากบริษัทที่ซื้อข้าวจากโกดังรัฐกว่า 10 ราย ว่าข้าวสารที่รับมอบไปกว่า 2.5 แสนตัน คิดเป็นมูลค่า 3,170 ล้านบาท ไม่ได้คุณภาพ ซึ่งข้าวที่ไม่ได้คุณภาพส่วนนี้อยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าของคลังสินค้า 2 ราย และบริษัทผู้ตรวจสอบคุณภาพข้าว (เซอร์เวเยอร์) 6 ราย จึงต้องเรียกทั้ง 3 ฝ่ายมาหารือกัน คือ ตัวแทนผู้ซื้อข้าวสต๊อกรัฐบาล เจ้าของโกดังข้าว และเซอร์เวเยอร์ ซึ่งล่าสุดสามารถแก้ปัญหาไปได้กว่า 90% แล้ว โดยผู้ซื้อยินยอมที่จะรับมอบข้าวตามสัญญา และมีการรับมอบไปแล้วจำนวน 1.3 แสนตัน มูลค่า 1,489 ล้านบาท ส่วนข้าวสารที่เหลืออยู่ระหว่างการส่งมอบ และบางส่วนไม่สามารถส่งมอบได้ เพราะข้าวเสียหายมาก” พล.ต.ต.ไกรบุญ ยกตัวอย่าง
สำหรับสินค้ามันเส้นที่ได้จากโครงการแทรกแซงผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่เหลือค้างในสต๊อก อคส. ซึ่งได้จากโครงการรับจำนำ 3 ฤดูกาล รวม 3.81 แสนตัน ได้แก่ โครงการในปี 2551/2552 จำนวน 3.47 หมื่นตัน โครงการในปี 2554/2555 จำนวน 9.93 หมื่นตัน และโครงการในปี 2555/2556 จำนวน 2.47 แสนตัน พล.ต.ต.ไกรบุญ กล่าวว่า ล่าสุดได้รับรายงานยืนยันชัดเจนว่าสต๊อกมันเส้นดังกล่าวสามารถนำไปทำเชื้อเพลิงได้อย่างเดียวเท่านั้น
“ได้รับรายงานยืนยันว่ามันที่ค้างดังกล่าวสามารถนำมาทำเชื้อเพลิงได้อย่างเดียว และทางกระทรวงพลังงานได้ตั้งข้อสังเกตเรื่องวิธีการจำกัดเถ้า เพื่อไม่ให้กระทบต่อสิ่งแวดล้อม เราจึงต้องทำแผนว่ากำจัดเถ้าอย่างไร ถ้าได้ข้อสรุปแล้วจะเสนอให้มีการเปิดประมูลขายต่อไป” พล.ต.ต.ไกรบุญ ระบุ
พล.ต.ต.ไกรบุญ กล่าวว่า ในส่วนสินค้าข้าวโพดเลี้ยสัตว์ ที่ได้จากโครงการแทรกแซงตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2551/ 2552 ซึ่งหลืออยู่ 9.41 หมื่นตัน อคส.ได้ลงไปดูรายละเอียดและจะเคลียร์ข้าวโพดเสื่อมสภาพที่ค้างอยู่ในสต๊อกให้หมดไปโดยเร็ว
ขณะที่การขับเคลื่อน อคส. หลังรัฐบาลสั่งยุติโครงการรับจำนำสินค้าเกษตร พล.ต.ต.ไกรบุญ บอกว่า อคส.ได้ยกเลิกแผนการทำไซโลที่ จ.สระบุรี งบลงทุน 300 ล้านบาทไปแล้ว เนื่องจากไม่มีความจำเป็นหลังรัฐบาลไม่มีนโยบายที่จะรับจำนำสินค้าเกษตร และ อคส.จะนำงบส่วนนี้ไปทำศูนย์สินค้าเกษตร ลงทุนไม่ถึง 10 ล้านบาท/แห่ง
“อคส.จะทำงานตามแนวทางประชารัฐ โดยร่วมมือกับเอกชนและเกษตรกร นำคลังสินค้า อคส.ในพื้นที่ต่างจังหวัดมาทำศูนย์กลางด้านจัดการสินค้าการเกษตร และตอนนี้เราได้สำรวจความต้องการของเกษตรกรใน จ.นครราชสีมา ว่าต้องการเครื่องไม้เครื่องมือใดบ้าง เช่น เครื่องเกี่ยวข้าว และเรามีแผนจะขยายโครงการไปในพื้นที่ตั้งคลังสินค้าอื่นๆ ใน 4 จังหวัด คือ จ.นครสวรรค์ สระบุรี นครราชสีมา และขอนแก่น” พล.ต.ต.ไกรบุญ กล่าว
พล.ต.ต.ไกรบุญ ยังระบุว่า อคส.อยู่ระหว่างศึกษาเปรียบเทียบกับรัฐวิสาหกิจอื่นๆ ว่า มีองค์ประกอบโครงสร้างอย่างไร เพื่อนำมาพิจารณาประกอบการปรับโครงสร้าง อคส. แต่จะต้องหารูปแบบที่เหมาะสมกับวิธีการทำงานของ อคส.ที่มีกฎหมายเฉพาะ ส่วนพื้นที่ทำเลทอง คือ คลังสินค้าธนบุรี ใกล้สะพานกรุงเทพ และคลังสินค้าราษฎร์บูรณะ ใกล้ธนาคารกสิกรไทยสำนักงานใหญ่ ซึ่งทั้งสองแห่งอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาและไม่ได้ใช้ประโยชน์มาปรับปรุงใหม่ อคส.จะนำมาพัฒนาในเชิงพาณิชย์
“เรากำลังมองถึงรูปแบบของการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเป็นศูนย์การค้าเหมือนเอเชียทีค โดยจะหาเอกชนเข้ามาร่วมทุนในการพัฒนาพื้นที่เพื่อสร้างรายได้ให้กับองค์กร โดยรูปแบบของการลงทุนต้องแล้วเสร็จภายในปี 2559 และเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2560” พล.ต.ต.ไกรบุญ ทิ้งท้าย







