posttoday
บทเรียน วิกฤตชาร์ป

บทเรียน วิกฤตชาร์ป

07 เมษายน 2559

โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

โดย...ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

บริษัท ชาร์ป นับว่าเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมของญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2455 ปัจจุบันอายุมากถึง 104 ปี โดยช่วงที่ผ่านมาได้สร้างเกียรติประวัติมากมาย เป็นต้นว่า เป็นผู้ผลิตเครื่องคิดเลขจอ LCD รายแรกของโลกเมื่อปี 2516 เป็นผู้ผลิตโทรทัศน์จอ LCD รายแรกของโลกเมื่อปี 2529 เป็นผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือที่ติดกล้องถ่ายรูปรายแรกของโลกเมื่อปี 2543 ฯลฯ

แต่ในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ทางการเงินของชาร์ปได้เลวร้ายลงตามลำดับ ขาดทุนจำนวนมากจนเกือบล้มละลาย ในที่สุดเมื่อต้นเดือน เม.ย. 2559 ได้ขายหุ้นข้างมาก 66% ให้แก่บริษัท ฮอนไห่ ของไต้หวันในราคา 1.2 แสนล้านบาท ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญได้ศึกษาวิเคราะห์ถึงบทเรียนราคาแพงของชาร์ปไว้หลายประการ

ประการแรก การเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยีอะนาล็อกมาสู่ดิจิทัล ทำให้การออกแบบและผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ง่ายขึ้นมาก โดยปรับเปลี่ยนไปสู่ Open design และใช้ชิ้นส่วนแบบโมดูล ดังนั้น บริษัทเกาหลี ไต้หวัน และจีน ที่แม้เริ่มต้นทำธุรกิจด้านนี้ช้ากว่าญี่ปุ่น แต่สามารถตามทันอย่างรวดเร็ว ทำให้การแข่งขันทวีความรุนแรงขึ้นมาก

ประการที่สอง ขาดความใกล้ชิดกับลูกค้า โดย โคโซะ ทาคาฮาชิ ผู้บริหาร บริษัท ชาร์ป เล่าประสบการณ์ของตัวเองเมื่อครั้งเป็นวิศวกร ขณะกำลังปรึกษาหารือกับลูกค้าเกี่ยวกับต้นแบบของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะวางตลาดในอนาคต แต่เมื่อผู้บริหารของบริษัทต้องการพบหัวหน้าแผนกไม่ใส่ใจลูกค้าแต่อย่างใด โดยสั่งให้เขาเลิกประชุมและเดินทางไปพบผู้บริหารทันที

ประการที่สาม มีขั้นตอนการดำเนินการยุ่งยาก ทาคาฮาชิได้กล่าวถึงวัฒนธรรมของชาร์ปว่าจะใช้เวลาในการปรึกษาหารือ ประสานงาน จัดทำรายงาน ฯลฯ มากเกินความจำเป็น ส่งผลทำให้ตัดสินใจล่าช้ากว่าคู่แข่ง

ประการที่สี่ กิจการโดยส่วนใหญ่ขาดทุนหรือไม่ทำกำไร แต่กลับไม่ขายกิจการเหล่านี้ออกไป ก่อให้เกิดภาระอย่างมาก ทำให้ขาดเงินทุนในการปรับปรุงประสิทธิภาพและวิจัยและพัฒนา และประการที่ห้า ที่ผ่านมาพึ่งพากำไรจากธุรกิจจอ LCD เป็นหลัก แต่ระยะหลังขาดเงินทุนวิจัยและพัฒนา ดังนั้น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และจีน เริ่มตามทันด้านเทคโนโลยี LCD ก่อให้เกิดการแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรง

แม้จะได้รับเงินอัดฉีดจากฮอนไห่ 1.2 แสนล้านบาท เพื่อนำมาฟื้นฟูกิจการ แต่ปีที่ผ่านมาขาดทุนมากถึง 5 หมื่นล้านบาท หากไม่ปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการครั้งใหญ่ ก็มีแนวโน้มจะประสบปัญหาทางการเงินซ้ำอีก โดยการที่ฮอนไห่มาซื้อกิจการ น่าจะเป็นผลดีต่อชาร์ป เนื่องจาก 2 บริษัท แตกต่างกัน น่าจะเสริมจุดแข็งและกำจัดจุดอ่อน ซึ่งชาร์ปจะเชี่ยวชาญด้านวิจัยและพัฒนา ขณะที่ฮอนไห่มีวัฒนธรรมตัดสินใจเร็ว กล้าได้กล้าเสีย และเชี่ยวชาญด้านการผลิตจำนวนมากโดยมีต้นทุนต่ำ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน