
ก.ล.ต.ไฟเขียวบลจ.ซื้อหุ้นเงินตราต่างประเทศได้
ก.ล.ต.ส่งหนังสือเวียนแจ้งบลจ.ให้ซื้อหุ้นกู้เงินตราต่างประเทศได้ รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2553 สำนักงานได้ส่งหนังสือเวียนด่วนมากถึงบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทจัดการกองทุนรวม/กองทุนส่วนบุคคลทุกบริษัท ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมทุกราย ผู้รับฝากทรัพย์สินของกองทุนส่วนบุคคลทุกราย นายกสมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน เรื่องการลงทุนในตราสารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศที่เสนอขายในประเทศไทย หลังจากทีผ่านมาทางบริษัทจัดการลงทุนได้หารือกับสำนักงานว่าจะสามารถลงทุนในตราสารหนี้ดังกล่าวเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนได้หรือไม่ ทั้งนี้ทางสำนักงานพิจารณาแล้วเห็นว่ากองทุนสามารถที่จะลงทุนในตราสารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศที่เสนอขายในประเทศไทยได้โดย 1. ในกรณีของกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศหรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนส่วนบุคคลรายย่อยที่มีนโ
ก.ล.ต.ส่งหนังสือเวียนแจ้งบลจ.ให้ซื้อหุ้นกู้เงินตราต่างประเทศได้
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2553 สำนักงานได้ส่งหนังสือเวียนด่วนมากถึงบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทจัดการกองทุนรวม/กองทุนส่วนบุคคลทุกบริษัท ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมทุกราย ผู้รับฝากทรัพย์สินของกองทุนส่วนบุคคลทุกราย นายกสมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน เรื่องการลงทุนในตราสารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศที่เสนอขายในประเทศไทย หลังจากทีผ่านมาทางบริษัทจัดการลงทุนได้หารือกับสำนักงานว่าจะสามารถลงทุนในตราสารหนี้ดังกล่าวเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนได้หรือไม่
ทั้งนี้ทางสำนักงานพิจารณาแล้วเห็นว่ากองทุนสามารถที่จะลงทุนในตราสารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศที่เสนอขายในประเทศไทยได้โดย 1. ในกรณีของกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศหรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนส่วนบุคคลรายย่อยที่มีนโยบายการลงทุนประเภทเดียวกับกองทุนรวมดังกล่าว (กองFIF) สำนักงานพิจารณาแล้วเห็นว่าหุ้นกู้สกุลเงินตราต่างประเทศที่เสนอขายในประเทศไทย (FX bond) มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน และยังเป็นหุ้นกู้ที่อาจเสนอขายโดยนิติบุคคลต่างประเทศ จึงพิจารณาได้ว่า การลงทุนในตราสารดังกล่าว เป็นการลงทุนในต่างประเทศที่สามารถนับรวมในอัตราส่วนการลงทุนในต่างประเทศได้ไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ(NAV)
2. กรณีของกองทุนที่ไม่ใช่กองFIF(กองทุนไทยที่ได้ระบุในโครงการว่าอาจมีการลงทุนในต่างประเทศบางส่วน สามารถลงทุนในFX bond ได้โดยให้นับรวมการลงทุนในตราสารดังกล่าวในอัตราส่วนการลงทุนในต่างประเทศที่ระบุไว้ในโครงการ และ 3. สำหรับกองทุนไทยที่ยังไมได้ระบุไว้ในโครงการว่าอาจมีการลงทุนในต่างประเทศบางส่วนหากจะลงทุนใน FX bond ในดำเนินการดังนี้คือ 1.ให้เปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงจากการลงทุนในทรัพย์สินดังกล่าวให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบอย่างชัดเจนและครบถ้วน รวมถึงแจ้งประกาศในหนังสือพิมพ์ให้ผู้ถือหน่วยทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 90 วันโดยช่วงเวลาดังกล่าวต้อง ครอบคลุมระยะเวลาการเปิดรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอย่างน้อย 1 ครั้ง และในการรับซื้อคืนในช่วงเวลาดังกล่าวจะต้อวไม่คิดค่าธรรมเนียมในการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน และต้องระบุการไม่คิดค่าธรรมเนียมไว้ในการแจ้งประกาศในหนังสือพิมพ์ด้วย ทั้งนี้บริษทัจัดการควรปรับปรุงหนังสือชี้ชวนเพื่อเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงจากการลงทุนข้างต้นด้วย และ2 ลงทุนในทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่างประเทศดังกล่าวได้ไม่เกิน 20% ของNAV
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2553 สำนักงานได้ส่งหนังสือเวียนด่วนมากถึงบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทจัดการกองทุนรวม/กองทุนส่วนบุคคลทุกบริษัท ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมทุกราย ผู้รับฝากทรัพย์สินของกองทุนส่วนบุคคลทุกราย นายกสมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน เรื่องการลงทุนในตราสารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศที่เสนอขายในประเทศไทย หลังจากทีผ่านมาทางบริษัทจัดการลงทุนได้หารือกับสำนักงานว่าจะสามารถลงทุนในตราสารหนี้ดังกล่าวเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนได้หรือไม่
ทั้งนี้ทางสำนักงานพิจารณาแล้วเห็นว่ากองทุนสามารถที่จะลงทุนในตราสารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศที่เสนอขายในประเทศไทยได้โดย 1. ในกรณีของกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศหรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนส่วนบุคคลรายย่อยที่มีนโยบายการลงทุนประเภทเดียวกับกองทุนรวมดังกล่าว (กองFIF) สำนักงานพิจารณาแล้วเห็นว่าหุ้นกู้สกุลเงินตราต่างประเทศที่เสนอขายในประเทศไทย (FX bond) มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน และยังเป็นหุ้นกู้ที่อาจเสนอขายโดยนิติบุคคลต่างประเทศ จึงพิจารณาได้ว่า การลงทุนในตราสารดังกล่าว เป็นการลงทุนในต่างประเทศที่สามารถนับรวมในอัตราส่วนการลงทุนในต่างประเทศได้ไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ(NAV)
2. กรณีของกองทุนที่ไม่ใช่กองFIF(กองทุนไทยที่ได้ระบุในโครงการว่าอาจมีการลงทุนในต่างประเทศบางส่วน สามารถลงทุนในFX bond ได้โดยให้นับรวมการลงทุนในตราสารดังกล่าวในอัตราส่วนการลงทุนในต่างประเทศที่ระบุไว้ในโครงการ และ 3. สำหรับกองทุนไทยที่ยังไมได้ระบุไว้ในโครงการว่าอาจมีการลงทุนในต่างประเทศบางส่วนหากจะลงทุนใน FX bond ในดำเนินการดังนี้คือ 1.ให้เปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงจากการลงทุนในทรัพย์สินดังกล่าวให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบอย่างชัดเจนและครบถ้วน รวมถึงแจ้งประกาศในหนังสือพิมพ์ให้ผู้ถือหน่วยทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 90 วันโดยช่วงเวลาดังกล่าวต้อง ครอบคลุมระยะเวลาการเปิดรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอย่างน้อย 1 ครั้ง และในการรับซื้อคืนในช่วงเวลาดังกล่าวจะต้อวไม่คิดค่าธรรมเนียมในการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน และต้องระบุการไม่คิดค่าธรรมเนียมไว้ในการแจ้งประกาศในหนังสือพิมพ์ด้วย ทั้งนี้บริษทัจัดการควรปรับปรุงหนังสือชี้ชวนเพื่อเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงจากการลงทุนข้างต้นด้วย และ2 ลงทุนในทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่างประเทศดังกล่าวได้ไม่เกิน 20% ของNAV







