posttoday
รัฐเก็บภาษีน้ำหวาน หนีไม่พ้นหารายได้เพิ่ม

รัฐเก็บภาษีน้ำหวาน หนีไม่พ้นหารายได้เพิ่ม

30 มีนาคม 2559

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

ความพยายามของกระทรวงการคลังที่จะเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมน้ำตาล เพราะไม่เป็นผลดีกับสุขภาพมีมานานหลายปี แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะถูกต่อต้านจากผู้ประกอบการ โดยอ้างว่าจะกระทบกับผู้บริโภคและเกษตรกรที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตเครื่องดื่ม

ที่ผ่านมากระทรวงการคลังพยายามเก็บภาษีเครื่องดื่มโดยมุ่งเป้าไปที่การเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มชาเขียว กาแฟกระป๋อง และน้ำผลไม้ เพราะมียอดขายสูงเพิ่มอย่างมาก โดยเฉพาะเครื่องดื่มชาเขียว ที่ออกโปรโมชั่นแจกรถแจกทองกันอย่างต่อเนื่อง เพราะต้นทุนการผลิตต่ำมาก จึงอัดเม็ดเงินโปรโมชั่นได้สูงจนยอดขายก้าวกระโดด เมื่อรัฐบาลจะเก็บภาษีก็แสดงความไม่เห็นด้วย อ้างว่าจะกระทบต่อผู้ปลูกใบชา เมล็ดกาแฟ และผลไม้ของไทย เพราะภาษีทำให้ต้นทุนสูง ขายสินค้าได้น้อยลง ผู้ประกอบการต้องลดใช้ผลผลิตการเกษตร

แต่ทว่าด้านกรมสรรพสามิตที่ศึกษาการเก็บภาษีนี้มานานรวมจนเวลานี้ พบว่าปัจจุบันเครื่องดื่มชาเขียวมีส่วนผสมของชาจำนวนน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นน้ำและน้ำตาล เช่นเดียวกับน้ำผลไม้ที่ไม่ใช่น้ำผลไม้ 100% โดยพบมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และมีส่วนผสมของผลไม้น้อยลงอย่างมาก แต่กลับมีส่วนผสมของน้ำตาลเพิ่มมากขึ้น

ขณะเดียวกัน มูลค่าการตลาดของเครื่องดื่มชาเขียวนับวันยิ่งสูงขึ้น ปีที่ผ่านมามูลค่าธุรกิจของชาเขียวอยู่ที่ประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท น้ำผลไม้ 1.2 หมื่นล้านบาท และกาแฟกระป๋อง 3 หมื่นล้านบาท รวมแล้ว 6 หมื่นล้านบาท หากกรมสรรพสามิตเก็บภาษี 10% รัฐจะมีรายได้เพิ่มถึง 6,000 ล้านบาท/ปี เป็นเงินจำนวนไม่น้อย

โดยข้อเท็จจริง การเก็บภาษีเครื่องดื่มน้ำหวานของกรมสรรพสามิตทำได้ไม่ยาก เพราะปัจจุบันเครื่องดื่มทุกชนิดต้องขึ้นทะเบียนกับกรมสรรพสามิตอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาเครื่องดื่มดังกล่าวได้รับการยกเว้นภาษี ตามเงื่อนไขการมีส่วนผสมทางการเกษตร เพื่อสนับสนุนเกษตรกรของไทย หากจะเก็บภาษีก็เพียงยกเลิกเงื่อนไขส่วนนี้ หรือปรับเงื่อนไขส่วนผสมทางการเกษตรให้เพิ่มขึ้น เพื่อให้เครื่องดื่มเหล่านี้มีส่วนช่วยเหลือสนับสนุนสินค้าการเกษตรอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ในการศึกษาเก็บภาษีเครื่องดื่มดังกล่าวทั้งหมดรอบใหม่ กรมสรรพสามิตและกระทรวงการคลังยังร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข มุ่งเป้าเครื่องดื่มผสมน้ำตาลสูงที่มีผลกระทบสุขภาพ เพื่อใช้ผลทางวิชาการนี้มาเก็บภาษีเครื่องดื่มทั้งหมดให้มีน้ำหนักมากขึ้น

ที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ก็ออกมาสนับสนุนให้กรมสรรพสามิตเก็บภาษีเครื่องดื่มผสมน้ำตาลดังกล่าว เนื่องจากพบว่าทำให้ผู้บริโภคเป็นโรคอ้วนและเบาหวานมากขึ้น ประเทศต้องเสียเงินภาษีจำนวนมากเพื่อดูแลสุขภาพของกลุ่มผู้ป่วยดังกล่าว ขณะที่ในต่างประเทศก็พบว่าหลายประเทศเก็บภาษีเครื่องดื่มผสมน้ำตาล เพราะมีผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งในประเทศสหรัฐและยุโรป ซึ่งกระทรวงการคลังสามารถนำมาใช้อ้างอิงในการเก็บภาษีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ ในการปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ของกระทรวงการคลัง ในส่วนของการปฏิรูปภาษีของกรมสรรพากรส่วนใหญ่เป็นการขยายฐานภาษี ซึ่งระยะสั้นรายได้รัฐจะลดลง แต่ระยะยาวจะเพิ่มขึ้น เช่น การลดภาษีบุคคลธรรมดาและภาษีนิติบุคคล

ส่วนการปฏิรูปของกรมสรรพสามิต เป้าหมายชัดเจนคือการเพิ่มรายได้ จากปัจจุบันที่เก็บได้ 4.9 แสนล้านบาท จะเพิ่มเป็น 8 แสนล้านบาท ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งรวมการเก็บภาษีน้ำหวานด้วย นอกเหนือจากการแก้ไขกฎหมายการเก็บภาษีจากฐานราคาหน้าโรงงานเป็นราคาขายปลีก การเก็บภาษีบาปและภาษีสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น

ล่าสุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งเป็นเลขานุการร่วมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ให้รับข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุขถึงการบริหารการเงินการคลังด้านสุขภาพ โดยเฉพาะการเก็บภาษีสินค้าที่เป็นภัยต่อสุขภาพ สอดคล้องกับสินค้าที่กระทรวงการคลังศึกษาเก็บภาษีสรรพสามิต คือ ชาเขียว กาแฟ และน้ำผลไม้กระป๋อง

การส่งสัญญาณดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าไม่ช้าไม่เร็วเครื่องดื่มผสมน้ำตาลจะต้องถูกเก็บภาษีเพิ่มมากขึ้น เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีอย่างมาก เพราะเป็นเหมือนแผนพัฒนาประเทศ ที่ไม่ว่ารัฐบาลไหนมาต้องดำเนินตามเพื่อให้การบริหารประเทศต่อเนื่อง ซึ่งหากข้อเสนอการเก็บภาษีเครื่องดื่มถูกบรรจุไว้ในยุทธศาสตร์ของชาติ และแผนการปฏิรูปภาษีของกระทรวงการคลัง ก็เท่ากับการเก็บภาษีเครื่องดื่มผสมน้ำตาลมีความชัดเจนว่าจะต้องเกิดขึ้น แม้ผู้ประกอบการจะไม่เห็นด้วยก็ตาม

การเดินหน้าเก็บภาษีเครื่องดื่มผสมน้ำตาล นอกจากเป็นการปฏิรูปภาษีเพื่อดูแลสุขภาพผู้บริโภคแล้ว ยังเป็นการปฏิรูปภาษีเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประเทศให้พอกับรายจ่ายของประเทศด้วย

ก่อนหน้านี้ไม่นาน ครม.ก็เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การเงินการคลัง จะกำหนดกรอบวินัยทางการเงินการคลัง ซึ่งรวมถึงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับกรอบการคลังระยะปานกลาง การจัดหารายได้ การกำหนดแนวทางในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายของแผ่นดิน การบริหารการเงินและทรัพย์สิน การบัญชี ทุนหมุนเวียน การก่อหนี้หรือการดำเนินการที่ผูกพันทรัพย์สินหรือภาระทางการเงิน หลักเกณฑ์กำหนดวงเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น และการอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบริหารการคลังของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

จะเห็นว่าการหารายได้เป็นส่วนหนึ่งภายใต้ร่าง พ.ร.บ.การเงินการคลังของประเทศ ซึ่งจะต้องมีแผนการหารายได้ของประเทศที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ ยั่งยืนและส่งผลประโยชน์รอบด้านที่ผ่านมารัฐบาลได้เก็บภาษีมรดกเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของประเทศ

ต่อจากนี้จะมีการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและให้เกิดการใช้ที่ดินจากคนรวยไปสู่ผู้มีรายได้น้อยมากขึ้น รวมถึงการเก็บภาษีใหม่ของกรมสรรพสามิต ทั้งภาษีบาปที่ยิ่งนับวันต้องสูงขึ้น การเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมตามสถานการณ์ของโลกที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น และการเก็บภาษีเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาล ที่ยิ่งนับวันยิ่งมีมูลค่าสูงและมีหลักฐานทางการแพทย์ว่าส่งผลกระทบกับสุขภาพมากกว่าผลดี ทำให้ทั้งกระทรวงการคลังและรัฐบาลดาหน้าทำเรื่องนี้กันอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้การเก็บภาษีนี้เกิดขึ้นให้ได้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และรัฐบาล

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน