
ชี้ชะตาสมเด็จช่วงเม.ย.นี้
อธิบดีดีเอสไอคาดเดือน เม.ย.นี้ สรุปสำนวนคดีรถสมเด็จช่วงครอบครองรถหรู เผยรับเจ้าของอู่วิชาญเข้าโครงการคุ้มครองพยานแล้ว
อธิบดีดีเอสไอคาดเดือน เม.ย.นี้ สรุปสำนวนคดีรถสมเด็จช่วงครอบครองรถหรู เผยรับเจ้าของอู่วิชาญเข้าโครงการคุ้มครองพยานแล้ว
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า คาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนผลการตรวจสอบรถเบนซ์โบราณ ที่มีชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นผู้ครอบครองได้ในเดือน เม.ย.นี้
สำหรับความคืบหน้าการตรวจสอบรถจดประกอบ จำนวน 7,123 คัน ล่าสุดกรมการขนส่งทางบกได้ยืนยันตัวเลขจำนวนรถจดประกอบตั้งแต่ปี 2553-2556 มาแล้ว ขณะเดียวกันดีเอสไอได้ส่งข้อมูลหมายเลขเครื่องและตัวถังรถไปให้กรมศุลกากรตรวจสอบกับบริษัทผู้ผลิตในต่างประเทศ เช่น ประเทศเยอรมนีและอังกฤษ ผ่านตัวแทนจำหน่ายในไทย ว่าตัวเลขเครื่องและตัวถัง คัสซี ตรงกันหรือไม่ ถ้าตรงกันก็เป็นรถนำเข้าทั้งคัน ไม่ใช่รถจดประกอบ โดยขั้นตอนการตรวจสอบกรมศุลกากรจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน
พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวถึงกรณีนายวิชาญ รัษฐปานะ เจ้าของอู่วิชาญ ซึ่งเป็นผู้ประกอบรถเบนซ์ของสมเด็จช่วง ขอรับการคุ้มครองพยาน ว่า ดีเอสไอได้รับนายวิชาญเข้าสู่โครงการคุ้มครองพยานแล้ว เนื่องจากพิจารณาจากคำให้การของนายวิชาญที่เป็นประโยชน์ และเรื่องความปลอดภัย ซึ่งกรณีดังกล่าวนายวิชาญถูกทางวัดปากน้ำฟ้องเรียกค่าเสียหายในคดี
ด้าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า จะไม่ขอพูดกรณีที่เครือข่ายพระสงฆ์ กำหนดประเด็นเคลื่อนไหว เพื่อสนับสนุนสมเด็จช่วงในคดีครอบครองรถเบนซ์โบราณ เพราะได้ชี้แจงเรื่อง
ดังกล่าวครบถ้วนแล้ว
“การออกมาเคลื่อนไหวลักษณะนี้ ประชาชนต้องพิจารณาความเหมาะสมว่า ใคร ทำอะไร อย่างไร ต้องดูความถูกต้อง ว่าเป็นการทำเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ หรือของใคร” พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว







