
Teespring เสื้อยืดออนไลน์
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
ธุรกิจสร้างสรรค์ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ใช้ไอเดียเป็นตัวนำในการออกแบบ คิดคำ ประโยคต่างๆ เพื่อนำมาสกรีนไว้บนเสื้อยืดเฉพาะกลุ่มอาชีพ หรือคัสตอม ที-เชิ้ต ภายใต้เว็บไซต์ ทีสปริง ดอทคอม (www.teespring.com) แพลตฟอร์มลูกผสมระหว่างการระดมทุนสาธารณะ (คราวด์ฟันดิ้ง) และตลาดกลางออนไลน์ (มาร์เก็ตเพลส) ที่เข้ามาอยู่ในตลาดดิจิทัลตั้งแต่ 4 ปีก่อน
ปัจจุบันมีนักสร้างสรรค์ไทยร่วมอยู่บนเครือข่ายแพลตฟอร์มทีสปริงไม่ต่ำกว่า 5,000 คน และที่ทำจริงจัง (แอ็กทีฟ) ราว 500 คน ซึ่งในจำนวนนั้น คือปิยะ ชีวีสุข และ รักษ์ อินทรผิว 2 นักไอเดียคนไทยที่สามารถผลิต
คิดคำ ออกแบบสำหรับเสื้อยืดจนมียอดขายติดอันดับต้นๆ ของทีสปริงในระดับโลก
ปิยะ เล่าถึงการทำงานว่าจะคล้ายกับการทำอาชีพอิสระ (ฟรีแลนซ์) แต่อยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ทีสปริง โดยเรียกตำแหน่งว่าเป็นผู้ขาย หรือเซลเลอร์ (Seller) ซึ่งก่อนที่จะเข้ามาร่วมขายไอเดียหรืองานบนแพลตฟอร์มนี้ จะต้องผ่านการฝึกอบรมกับผู้ที่ทำหน้าที่เป็นพันธมิตรธุรกิจทีสปริงในไทยก่อน เพื่อให้เข้าใจทั้งแนวทางการออกแบบและการทำตลาดได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า
“ทำธุรกิจนี้มาราว 2 ปีครึ่ง ซึ่งเป็นการขายความคิดให้ออกมาอยู่ในรูปแบบการดีไซน์คำต่างๆ ที่สร้างความภูมิใจ เพื่อเจาะอาชีพเฉพาะกลุ่ม ซึ่งมันเป็นตลาดที่กว้าง มากๆ อย่างกลุ่มอาชีพพยาบาล หรือคำบนเสื้อยืดสำหรับกลุ่มพ่อแม่ ที่มีความภาคภูมิใจที่ลูกเป็นทหาร หรือกลุ่มคนรักสัตว์เฉพาะ เป็นต้น” ปิยะ อธิบาย
สำหรับรูปแบบการทำงานร่วมกับทีสปริงนั้น จะอยู่ที่เมืองไทยเป็นหลัก โดยการเจรจาหรือการตกลง (ดีล) ธุรกิจไปจนถึงขั้นตอนการสั่งผลิตและส่งมอบสินค้าไปจนถึงมือลูกค้านั้น จะอยู่บนอินเทอร์เน็ต หรือออนไลน์ทั้งหมด ซึ่งก่อนจะคิดหรือเข้าสู่กระบวนการผลิตสินค้าเสื้อยืดออกมานั้น เซลเลอร์จะต้องทำการสำรวจตลาด (มาร์เก็ตรีเสิร์ช) ก่อน เพื่อให้ได้คำพูด ประโยค ที่ตรงใจลูกค้าได้มากที่สุด
รักษ์ เสริมว่า ความสนุกของเซลเลอร์บนทีสปริง น่าจะอยู่ที่การได้คิด ออกแบบงานใหม่ๆ อยู่เสมอ เพื่อให้โดนใจกลุ่มเป้าหมายลูกค้าอาชีพต่างๆ ได้มากที่สุด ซึ่งนั่นหมายถึงรายได้ที่จะเข้ามา หลังผ่านกระบวนการสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) เสื้อยืดกลับตามมา โดยเซลเลอร์จะเป็นผู้ดำเนินการในการคิด ออกแบบ พร้อมโปรโมท ส่วนแพลตฟอร์มทีสปริงจะมีหน้าที่ ผลิตจัดส่งและเป็นตัวกลางรับชำระเงิน
“เซลเลอร์จะมีรายได้หลักที่มาจากส่วนต่างของสินค้า ตามราคากลางที่ตกลงร่วมกันกับทีสปริงที่เป็นผู้ตั้งไว้ เช่น เสื้อยืด 1 ตัว วางราคาขายรวมค่าจัดส่งแล้วราวๆ 34-37 เหรียญสหรัฐ โดยมีรายได้หลังหักต้นทุนออกไปแล้วราว 30% หากเซลเลอร์สามารถออกแบบได้มาก มีผู้สั่งซื้อมาก รายได้ก็จะเพิ่มขึ้นมากตามมา” รักษ์ เสริม
สำหรับตลาดเสื้อยืดเฉพาะกลุ่มแบบนี้ มองว่ายังมีโอกาสอีกมากสำหรับนักออกแบบไทยที่จะเข้ามาเป็นเซลเลอร์ ด้วยเทรนด์ของผู้บริโภคทั่วโลกโดยเฉพาะต่างชาติ หรือบายเออร์ในปัจจุบันจะเป็นผู้ซื้อตรงกับผู้ผลิต หรือมีส่วนร่วมในตัวสินค้านั้นๆ มากขึ้น ธุรกิจลักษณะนี้ค่อนข้างเหมาะสมกับคนรุ่นใหม่ที่มีไอเดีย และสนใจเริ่มมีธุรกิจของตัวเอง
ปิยะ และ รักษ์ ร่วมกันเสริมว่า ในธุรกิจนี้มี 2 กฎเหล็กในชุมชนผู้สร้างสรรค์ฯ บนเครือข่ายทีสปริงที่จะรู้กันระหว่างนักไอเดีย คือ ข้อแรกจะไม่มีการถามถึงแหล่งไอเดีย เช่น ทำลวดลายอะไร และสองการหาตลาด หรือแหล่งลูกค้าได้จากที่ไหน ซึ่งถือว่าเป็นมารยาทของการทำธุรกิจนี้
ขณะที่ในอนาคตยังมองว่าธุรกิจบริการออกแบบไอเดียลักษณะนี้ จะไม่จำกัดเฉพาะลายบนเสื้อยืดเท่านั้น แต่ยังสามารถขยายต่อไปยังสินค้าไลฟ์สไตล์อื่นๆ ได้อีกมาก ซึ่งนั่นย่อมหมายถึงช่องทางของรายได้ที่จะเพิ่มขึ้นตามมา







