
กม.ไม่จูงใจลงทุน ปั้นสตาร์ทอัพไทย
สตาร์ทอัพไทยขาดแรงสนับสนุน ชี้กฎหมายไทยไม่จูงใจนักลงทุน
สตาร์ทอัพไทยขาดแรงสนับสนุน ชี้กฎหมายไทยไม่จูงใจนักลงทุน
นายบาร์ต เมดิซี่ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอก เอ็นเตอร์พรีเนอร์ส ผู้จัดงานไทยแลนด์สตาร์ทอัพซัมมิท 2016 เปิดเผยว่า ปัญหาด้านการเมืองในไทยยังถือว่าเป็นปัญหาสำคัญต่อการพัฒนาของสตาร์ทอัพ ทั้งในด้านข้อกฎหมาย ความไม่แน่นอนด้านการเมือง และทัศนคติในการสนับสนุนด้านเทคโนโลยี และสตาร์ทอัพของไทยที่ยังไม่ชัดเจน และไม่เอื้ออำนวยต่อการเข้ามาลงทุนของต่างชาติ
“หากเปรียบเทียบกับสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กกว่าไทย แต่มีข้อได้เปรียบคือภาษาอังกฤษและข้อกฎหมายที่สนับสนุนสตาร์ทอัพได้ชัดเจน ซึ่งไทยควรที่จะเปลี่ยนข้อกฎหมายเกี่ยวกับสัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนจากที่อยู่ในระดับ 51:49 มาเป็นตัวเลขที่เหมาะสมตามการลงทุน เพราะถือว่าเป็นการปิดกั้นโอกาสในการเข้ามาลงทุนกลุ่มสตาร์ทอัพในไทย ซึ่งนักลงทุนย่อมต้องมองเรื่องความคุ้มค่า การที่ไม่สามารถถือหุ้นหรือมีผลประโยชน์กระตุ้นให้อยากเข้ามาลงทุนในไทยที่ชัดเจน เขาก็จะผลักดันให้สตาร์ทอัพไทยไปเปิดบริษัทในต่างประเทศและเราจะเสียโอกาสหลายอย่าง” นาย เมดิซี่ กล่าว
นอกจากนี้ ความพร้อมในเรื่องธุรกิจสตาร์ทอัพของไทยก็ยังมีปัญหาหลายอย่าง เช่น เรื่องการหักภาษี ระบบโลจิสติกส์ และระบบเพย์เมนต์ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญของการซื้อขายแบบอี-คอมเมิร์ซที่ไทยมีโอกาสเติบโตมากที่สุดแม้ไทยจะไม่ใช่ประเทศที่ร่ำรวย หรือมีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนสนับสนุนด้านสตาร์ทอัพอย่างเต็มที่ แต่ก็ควรที่จะวางรากฐานให้พร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางทางด้านสตาร์ทอัพระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สำหรับงานไทยแลนด์สตาร์ทอัพซัมมิต 2016 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 30 มี.ค. 2559 ที่โรงแรมแบรนดท์ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้ามาร่วมงานประมาณ 500-600 คน โดยมีสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จมาให้ความรู้ในงานกว่า 70 คน ไม่ว่าจะเป็นกูเกิล เอคอมเมิร์ซ แกร็บ อีททิโก และไลน์ เป็นต้น







