posttoday
หนี้เสียยังเพิ่ม กสิกร-กรุงไทย ดูแลลูกค้าเข้ม

หนี้เสียยังเพิ่ม กสิกร-กรุงไทย ดูแลลูกค้าเข้ม

22 มีนาคม 2559

ธนาคารกสิกรไทยเร่งคุมเอ็นพีแอล หลังต้นปียังขึ้นตามสภาพตลาด ด้านกรุงไทยรับสินเชื่อเอสเอ็มอี 2 เดือนยังต่ำเป้า

ธนาคารกสิกรไทยเร่งคุมเอ็นพีแอล หลังต้นปียังขึ้นตามสภาพตลาด ด้านกรุงไทยรับสินเชื่อเอสเอ็มอี 2 เดือนยังต่ำเป้า

นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในช่วงต้นปีปรับเพิ่มขึ้นจากสภาพตลาดที่ชะลอตัว เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยระหว่างปีอาจจะเห็นเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 3.5% แต่เมื่อภาวะเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัว เอ็นพีแอลจะค่อยๆ ลดลง เชื่อว่าสิ้นปี 2559 เอ็นพีแอลจะปรับลดลงมาเหลือ 3.3% ตามที่ประมาณการไว้ โดยเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นจาก 2.7% เมื่อสิ้นปี 2558

ทั้งนี้ ธนาคารเห็นสัญญาณเอ็นพีแอลที่เพิ่มขึ้นมาตั้งแต่ปีที่แล้ว จึงได้ปรับเพิ่มระดับการกันสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อจาก 1.5% เป็น 1.7% เมื่อปลายปีที่แล้ว ขณะนี้ยังไม่มีแผนเพิ่มการตั้งสำรอง โดยจะรอดูแนวโน้มเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกก่อน หากภาครัฐเริ่มลงทุนโครงสร้างพื้นฐานผลักดันเศรษฐกิจฟื้นตัวชัดเจน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาได้ผล น่าจะทำให้คุณภาพหนี้ดีขึ้นไปด้วย

อย่างไรก็ดี กลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยงยังคงเป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และลูกค้ารายย่อยผู้มีรายได้น้อย โดยธนาคารได้มีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเอสเอ็มอี ทั้งให้สภาพคล่อง และยืดหยุ่นเกณฑ์ชำระหนี้อย่างต่อเนื่องกว่า 1 ปี โดยพบว่าลูกค้าที่เข้าโครงการช่วยเหลือ 80% สามารถฟื้นตัวได้และกลับเป็นลูกหนี้ปกติ ส่วนอีก 10% ยังต้องให้ความช่วยเหลือต่อเนื่อง ส่วนที่ไปต่อไม่ได้ต้องกลายเป็นเอ็นพีแอลมีสัดส่วน 10%

ธนาคารยังคงเป้าหมายสินเชื่อรวมปีนี้เติบโต 6-7% แบ่งเป็นสินเชื่อรายใหญ่ 4-6% เอสเอ็มอี 5-7% และสินเชื่อรายย่อย 5-7% เนื่องจากมีการปล่อยสินเชื่อรายใหญ่ในธุรกิจโทรคมนาคม และธุรกิจค้าปลีก ซึ่งมีวงเงินสูง ทดแทนสินเชื่อเอสเอ็มอีที่ชะลอลง

นายอุดมศักดิ์ โรจน์วิบูลย์ชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานธุรกิจขนาดกลาง ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า การปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีในช่วง 2 เดือนแรกขยายตัว 3-4% ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ทั้งปีเติบโต 8-9% แต่ยังไม่มีการปรับเป้าหมายสินเชื่อ โดยมุ่งเน้นขยายสินเชื่อลูกค้าใหม่ในกลุ่มธุรกิจต่อเนื่องของอุตสาหกรรมก่อสร้างและโลจิสติกส์ ที่ได้อานิสงส์จากการลงทุนโครงการภาครัฐ

“ธนาคารต้องการควบคุมเอ็นพีแอลของสินเชื่อเอสเอ็มอีไม่ให้เกิน 2% ในปีนี้ ดังนั้นจึงมีการปรับแผนในไตรมาส 2 เน้นการดูแลลูกค้าเดิมอย่างใกล้ชิด หากลูกค้าผิดนัดชำระหนี้เพียง 1-2 วัน จะส่งทีมเข้าไปติดตามสอบถามความเดือดร้อนของลูกค้า และให้ความช่วยเหลือลูกค้าทันที” นายอุดมศักดิ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่