
ชาวเหมืองจีนทวงค่าแรง นโยบายลดคนจ่อตึงเครียด
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานว่า ชาวเหมืองจีนที่มณฑลเฮยหลงเจียง ทางตะวันออกเฉียงเหนือสุดของประเทศติดกับชายแดนไซบีเรียของรัสเซีย เดินหน้าประท้วงหลังไม่ได้รับค่าแรงมาเป็นระยะเวลา 4 เดือน โดยชาวเหมืองดังกล่าวเป็นพนักงานของบริษัท ชวงยาชาน ไมน์ รัฐวิสาหกิจถ่านหินลูกของหลงเมย์ รัฐวิสาหกิจเหมืองของเฮยหลงเจียงกลายเป็นปัญหาอย่างแรกท้าทายนโยบายปรับลดกำลังการผลิตของจีน
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ลู่เฮา ผู้ว่าการมณฑลเฮยหลงเจียง เปิดเผยต่อหน้าการประชุมใหญ่ของสภาประชาชนแห่งชาติจีน (เอ็นพีซี) ว่า ได้จ่ายเงินให้แก่พนักงานทั้งหมดแล้ว 8 หมื่นคน และยังวิพากษ์วิจารณ์หลงเมย์ที่ขาดการผลิต
ก่อนหน้านี้ ไชน่าเดลี รายงานว่า หลงเมย์จะปรับลดพนักงานลง 1 แสนคน ภายใน 3 เดือน หรือ 40% ของแรงงานทั้งหมดในขณะนั้น
“ลู่เฮาพูดในที่ประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน ว่า เฮยหลงเจียงไม่ได้เลื่อนการจ่ายเงินให้แก่พนักงานเหมือง 8 หมื่นคน แต่ ณ ตอนที่เขาพูด พวกเราก็ไม่ได้ค่าแรงมาเป็นเวลา 4 เดือนแล้ว” ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานอ้างพนักงานผู้นำการประท้วงไม่ระบุนาม เนื่องจากจีนมีกฎหมายห้ามไม่ให้ผู้ประท้วงเปิดเผยกับสื่อต่างชาติ
จีนประกาศนโยบายลดกำลังการผลิตส่วนเกินในภาคส่วนเหล็กและเหมืองราว 1.8 ล้านคน โดยตั้งกองทุน 1 แสนล้านหยวน (ราว 3.51 ล้านล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ต้องออกจากงาน ท่ามกลางความพยายามในการปฏิรูปเศรษฐกิจเป็นการพึ่งพาการบริโภคและการบริการ หลังใช้การผลิตขับเคลื่อนตลอดมา
จีนเรียกต่างชาติลงทุนตะวันตก-กลาง
เก้าฮูเชิง รัฐมนตรีพาณิชย์จีน เปิดเผยในงานแถลงข่าวหลังประชุมเอ็นพีซี ว่า ภาคกลางและตะวันตกต่างเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพมากพอสำหรับการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (เอฟดีไอ) เนื่องจากพื้นที่ที่จีนจะขยายโครงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเส้นทางสายใหม่แห่งใหม่ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ตะวันตกของจีนไปยังเอเชียกลางและยุโรป ส่งผลให้ภาคกลางและภาคตะวันตกเป็นพื้นที่น่าลงทุนสำหรับต่างชาติ
ในปี 2015 ที่ผ่านมา เอฟดีไอในพื้นภาคกลางและภาคตะวันตกของจีน คิดเป็น 16% ของเอฟดีไอในจีนทั้งหมด ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 12% ในปี 2014 โดยการลงทุนต่างชาติที่ไม่ใช่การเงิน (นันไฟแนนซ์) ของจีนในปี 2015 อยู่ที่ 7.814 แสนล้านหยวน (ราว 4.1 ล้านล้านบาท) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.4% จากปี 2014
เข้มกำราบอาชญากรรมการเงิน
เชาเจียนมิง อัยการสูงสุดจากสำนักงานอัยการสูงสุดของประชาชน เปิดเผยว่า จะมุ่งจัดการความผิดที่เกี่ยวข้องกับการเงิน หลักทรัพย์ และการประกัน เพื่อรับประกันความแข็งแกร่งของตลาดทุน โดยวางแผนจะจัดการอาชญากรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มทุน และมุ่งจัดการกับการฉ้อโกงเพื่อสร้างความยุติธรรมและบรรยากาศที่ดีในการแข่งขันทางตลาด
ขณะเดียวกัน โจวเฉียง ประธานศาลประชาชนสูงสุด เปิดเผยในการแถลงข่าวประชุมเอ็นพีซี ว่า ศาลสูงสุดจะเข้มงวดการกำราบอาชญากรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต โดยในปี 2015 ที่ผ่านมา จีนจัดการกับคดีที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มทุนออนไลน์มากถึง 1.4 ล้านคดี รวมมูลค่า 8.21 แสนล้านหยวน (ราว 4.3 ล้านล้านบาท) และตัดสินความผิดไปมากกว่า 7.2 หมื่นคน
รัฐบาลจีนเริ่มมุ่งปราบไปยังบริษัทการเงินขนาดใหญ่ในประเทศ รวมถึงยังมุ่งเป้าไปยังอุตสาหกรรมการปล่อยกู้และโบรกเกอร์ออนไลน์ นับตั้งแต่ตลาดหุ้นร่วงลงอย่างแรงจนสูญมูลค่ามากถึง 5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 175 ล้านล้านบาท) เมื่อปี 2015 ที่ผ่านมา
จีนผุดแผนตั้งศาลทางทะเลระหว่างประเทศ
โจวเฉียง เปิดเผยว่า จีนเตรียมจะสร้างศูนย์กลางตุลาการทางทะเลระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องอธิปไตยและสิทธิทางทะเลของจีน ท่ามกลางข้อพิพาททางทะเลกับหลายประเทศ ทั้งทะเลจีนตะวันออกกับญี่ปุ่น และทะเลจีนใต้กับไต้หวัน มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และบรูไน โดยในปี 2015 ที่ผ่านมา จีนมีคดีความทางทะเลจำนวน 1.6 หมื่นคดี ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดในโลก
โจวเฉียง ยกตัวอย่างคดีความระหว่างเรือหาปลาจีนและเรือขนส่งสินค้าจากปานามา ที่เกิดชนกันในพื้นที่ใกล้เคียงกับพื้นที่พิพาทระหว่างจีนและญี่ปุ่นเมื่อปี 2014 โดยคดีความดังกล่าวจบลงด้วยการใช้วิธีการไกล่เกลี่ยระหว่างประเทศ ซึ่งคดีความดังกล่าวแสดงให้เห็นขอบเขตอำนาจตุลาการของจีนเหนือภูมิภาคนี้
อย่างไรก็ตาม โจวเฉียงไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับศูนย์ตุลาการดังกล่าวแต่อย่างใด
ด้าน ริชาร์ด จาวัด เฮย์ดาเรียน ผู้ช่วยศาสตราจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเดอ ลา เซลล์ ฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า ความพยายามในการผลักดันศาลทางทะเลดังกล่าวจะก่อให้เกิดผลในทางตรงกันข้ามต่อจีน โดยศาลดังกล่าวมีแนวโน้มที่เอื้อประโยชน์ให้จีนไม่สนใจศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือศาลโลก
นอกจากนี้ เฮย์ดาเรียน ระบุว่า ศาลดังกล่าวเป็นเพียงการสร้างภาพลักษณ์ของจีนต่อสิทธิในการแสดงกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่พิพาททางทะเล
“แม้กลยุทธ์ดังกล่าวจะได้ผลในการสร้างความมั่นคงในประเทศ แต่จีนไม่มีทางรับความเห็นทางกฎหมายของนานาชาติต่อพฤติกรรมของจีนในพื้นที่ทะเลรอบข้าง” เฮย์ดาเรียน กล่าว







