posttoday
‘บีโอไอ’โหมโรดโชว์ ดึงลงทุนอุตสาหกรรมอนาคต

‘บีโอไอ’โหมโรดโชว์ ดึงลงทุนอุตสาหกรรมอนาคต

29 กุมภาพันธ์ 2559

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

แม้จะใช้เวลาเตรียมการเป็นเวลานานสำหรับการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม แต่ทุกอย่างเริ่มเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2558 เห็นชอบมาตรการส่งเสริม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน 10 พื้นที่

หิรัญญา สุจินัย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้สัมภาษณ์ “โพสต์ทูเดย์” ว่า ถึงตอนนี้บีโอไอมีลิสต์บริษัทเป้าหมาย กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย และสิทธิประโยชน์สำหรับ 10 กลุ่มอุตสาหกรรม เป็นกลุ่มต่อยอด 5 อุตสาหกรรมเดิม หรือ “S Curve” ได้แก่ ยานยนต์สมัยใหม่, อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, การท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ, เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ, แปรรูปอาหาร และ 5 อุตสาหกรรมอนาคต หรือ “New S-Curve” ได้แก่ หุ่นยนต์เพื่อการอุตสาหกรรม, การบินและโลจิสติกส์, เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ, ดิจิทัล และการแพทย์ครบวงจร อยู่ระหว่างโรดโชว์เพื่อดึงดูดลงทุนต่างประเทศ

“ที่ไปโรดโชว์มาแล้วคือที่ญี่ปุ่น และที่ได้รับการยืนยันแล้วและจะเดินทางวันที่ 21-25 มี.ค.นี้ คือที่เกาหลีใต้ และในระดับผู้อำนวยการส่วนในสำนักงาน บีโอไอ มีทริปไปชักจูงการลงทุนในสหรัฐ ยุโรป ออสเตรเลีย ส่วนจีนปีนี้จัด 19 ทริป ขณะที่สำนักงานบีโอไอในต่างประเทศทั้ง 14 แห่งทั่วโลกจะต้องทำแผนดึงดูดการลงทุน 10 อุตสาหกรรมนี้มากขึ้น”

หิรัญญา ระบุว่า ในส่วนนักลงทุนที่มีฐานลงทุน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายในประเทศไทยอยู่แล้วบีโอไอก็สนับสนุนให้มีการขยายการลงทุนต่อ ซึ่งล่าสุดจัดสัมมนาร่วมกับระดับซีอีโอของบริษัทขนาดใหญ่ที่ลงทุนในพื้นที่แหลมฉบัง เพราะพื้นที่อีสเทิร์นซีบอร์ดคือที่ตั้งอุตสาหกรรมเป้าหมายของบีโอไอ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วม 300 คน และได้ผลตอบรับดีมาก คาดว่าหลายโรงงานจะยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนได้เร็วๆ นี้

“มีอุตสาหกรรมใหม่ที่เป็นเป้าหมายยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนเข้ามาแล้ว แต่เปิดเผยชื่อไม่ได้ ต้องอนุมัติก่อน จริงๆ มีหลายโครงการที่เข้าข่ายเพียงแต่ว่าเรามีเงื่อนไขว่าเขาจะต้องไปเชื่อมโยงกับการวิจัยพัฒนาสถานศึกษา เขาต้องใช้เวลาในการเตรียมการ”

เมื่อถามถึงแรงจูงใจอย่างเรื่องสิทธิประโยชน์นั้น เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า ได้รับการยืนยันจากนักลงทุนว่าเพียงพอแล้ว โดยเฉพาะซูเปอร์คลัสเตอร์ถือว่าให้สิทธิประโยชน์สูงมาก ส่วนที่ให้โดยบีโอไอที่สูงสุดก็ยกเว้นภาษีเงินได้ 8 ปี และหลังจากนั้นก็ลดหย่อน 50% อีก 5 ปี และถ้าเป็นการผลิตสินค้าใหม่ เทคโนโลยีสูงจริงอาจจะสามารถใช้มาตรการของกระทรวงการคลังที่ยกเว้นภาษีเงินได้ 10-15 ปี นอกจากนี้ก็มีการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ชำนาญการระดับนานาชาติ ซึ่งกระทรวงการคลังจะประกาศกฎหมายในไตรมาสแรกนี้

หิรัญญา บอกว่า เมื่อเทียบสิทธิประโยชน์ที่บีโอไอให้นักลงทุนที่ลงทุนในประเทศไทยเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียนถือว่าใกล้เคียงกัน แต่นักลงทุนไม่ได้มองแค่สิทธิประโยชน์บีโอไอ เขามองหลายอย่าง เช่น โครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งตอนนี้รัฐบาลก็คอมมิตที่จะแก้ไขปัญหาหลายจุด หลายโครงการก็เริ่มดำเนินการแล้ว เช่น ถนนในอีสเทิร์นซีบอร์ดที่จะขยายจาก 4 เลน เป็น 8 เลน การแก้ไขความแออัดในท่าเรือแหลมฉบังก็เข้า ครม.ไปแล้ว ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่าโครงสร้างพื้นฐานที่เคยเป็นคอขวดอยู่จะแก้อย่างไร และอีกไม่นานจะมีกฎหมายใหม่เกี่ยวกับเขตเศรษฐกิจพิเศษออกมาเป็นตัวเสริมการบริหารจัดการอีสเทิร์นซีบอร์ดด้วย

“นักลงทุนเองจะเลือกว่าอุตสาหกรรมประเภทใดเหมาะกับประเทศไหน และเหมาะกับเขา โดยมีเครื่องมือของบีโอไอเป็นตัวเสริมที่ทำให้เขามีรีเทิร์นดีขึ้น ตัดสินใจลงทุนได้ง่ายขึ้น” หิรัญญา กล่าว

สำหรับการส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน 10 พื้นที่ หิรัญญา ระบุว่า แม้ว่าปัจจุบันจะมีผู้ยื่นขอรับส่งเสริม 12 ราย ซึ่งจะบอกว่าน้อยก็ไม่ใช่ เพราะบางส่วนเป็นการลงทุนที่ไม่เข้าข่ายขอบีโอไอ แต่ต้องไปขอสิทธิประโยชน์จากกระทรวงการคลัง และตอนนี้คนสนใจเยอะขึ้นมากตั้งแต่มีการกำหนดอัตราค่าเช่าออกมาชัดเจน

“โอกาสใหม่ของประเทศไทยก็คือ 10 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ดีกว่าจะบอกว่าเราเอาทุกอย่างทุกเรื่อง ไม่โฟกัส และแม้การเมืองจะเปลี่ยน แต่สิ่งที่เซตไว้ตอนนี้ก็ต้องเดินหน้าต่อ เพราะนี่คืออนาคตของประเทศ โดยที่ผ่านมานโยบายการลงทุนเราไม่เคยเปลี่ยน ประกาศอย่างไรก็เดินไปอย่างนั้น เปิดเสรีมานานแล้ว” หิรัญญา ทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่